วันอังคารที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2560

'ศรีสุวรรณ' จี้ทบทวนแต่งตั้ง กก.ยุทธศาตร์ชาติ 'ฝักถั่ว-นายทุน-ขุนศึก'




           'ศรีสุวรรณ จรรยา' ออกแถลงการณ์ 'หยุดลุแก่อำนาจแต่งตั้ง กก.ยุทธศาตร์ชาติพวกฝักถั่วและกลุ่มนายทุนขุนศึกเสียที' จี้ทบทวนการแต่งตั้งเมื่อวันที่ 28 ก.ย. ให้มีการสมัครและคัดเลือกใหม่ มีการเลือกตั้งกันอย่างเปิดเผย โปร่งใส ตามครรลองประชาธิปไตย

           1 ต.ค. 2560 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ออกแถลงการณ์ 'หยุดลุแก่อำนาจแต่งตั้ง กก.ยุทธศาตร์ชาติพวกฝักถั่วและกลุ่มนายทุนขุนศึกเสียที' โดยระบุว่าตามที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ลงนามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่าง ๆ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน มีระยะเวลาถึง 20 ปีนั้น

          เนื่องจากยุทธศาสตร์ชาติเป็นเรื่องใหญ่เพราะต้องนำไปบังคับใช้กับประชาชนและหน่วยงานต่าง ๆ ทั่วประเทศมีหน้าที่ที่จะต้องดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดโดยที่คณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติยังต้องทำหน้าที่ในการจัดทำแผนแม่บทให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดและต้องติดตาม ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ว่าสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ด้วย

         ดังนั้นผู้ที่จะเข้ามาทำหน้าที่จัดทำยุทธศาสตร์ชาติต้องเป็นบุคคลที่หลากหลายจากทุกอาชีพหรือวิชาชีพที่มีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และมีความเป็นกลางทางการเมืองแต่ทว่าตามรายชื่อตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีข้างต้น กลับกลายเป็นกลุ่มคนที่กระจุกตัวใกล้ชิดกับผู้มีอำนาจหรือรัฐบาลในปัจจุบัน รวมทั้งเป็นตัวแทนของกลุ่มนายทุนที่ได้ประโยชน์จากการทำรัฐประหารที่ไม่เป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยทั้งสิ้น อีกทั้งยังมีรายชื่อของบุคคลที่ไม่สมัครใจจะเข้ามาร่วมสังฆกรรมกับการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติอีกด้วย

           ดังกรณีของนายชัชชาติ เป็นต้น แสดงให้เห็นถึงกระบวนการแต่งตั้งที่เร่งรีบรุกรี้รุกรน ทั้ง ๆ ที่การจัดทำยุทธสาสตร์ชาติเป็นเรื่องใหญ่ของชาติการได้มาซึ่งกรรมการควรจะมีกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตยจึงจะชอบการลุแก่อำนาจในการแต่งตั้งกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติที่เป็นแหล่งรวมกันของคนใกล้ชิดผู้มีอำนาจ กลุ่มนายทุน นักธุรกิจต่างชาติและนักเทคโนแครตที่เท้าไม่เคยเหยียบดิน จะไปล่วงรู้สภาพปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้อย่างไรการกำหนดหรือจัดทำยุทธสาตร์ชาติจะตอบสนองหรือสะท้อนข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั้งยืนได้อย่างไรหรือเพียงเพื่อจัดทำขึ้นมาเพื่อปกป้องกลุ่มผู้มีอำนาจและเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มนายทุนขุนศึกเท่านั้น

           ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงขอเรียกร้องมายัง ฯพณฯนายกรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาทบทวน และยกเลิกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านต่าง ๆ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2560 เสียแล้วกลับไปดำเนินการเปิดโอกาสให้ประชาชนคนไทยทั้งประเทศที่มีจิตอาสามีเวลา มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่หลากหลายได้มาสมัครและเลือกตั้งกันอย่างเปิดเผย โปร่งใส ตามครรลองประชาธิปไตยเพื่อนำไปสู่การยอมรับในการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติร่วมกันในอนาคต 20 ปีต่อไป

'หมวดเจี๊ยบ' ตั้งคำถาม 'ประยุทธ์' เยือนสหรัฐฯ ปิดดีลซื้ออาวุธหรือไม่


             'ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัค' อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้มีสื่อต่างประเทศอ้างข้อมูลจากทำเนียบขาวเปิดเผยว่าในการพบหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นการไปเจรจาขอซื้ออาวุธล็อตใหม่จากสหรัฐฯ

            1 ต.ค. 2560 เว็บไซต์ กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่า ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัค อดีตรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าขณะนี้สื่อต่างประเทศอ้างข้อมูลจากทำเนียบขาวของสหรัฐ เปิดเผยว่าในการพบหารือกับประธานาธิบดีสหรัฐในสัปดาห์หน้านี้ รัฐบาล พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังจะไปเจรจาขอซื้ออาวุธล็อตใหม่จากสหรัฐ

        นอกจากนี้ ยังจะไปปิดดีลการส่งมอบเฮลิคอปเตอร์ รุ่น แบล็คฮอว์ก 4 ลำ ที่กองทัพไทยเคยเจรจาซื้อจากสหรัฐค้างไว้ ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แต่ยังปิดดีลไม่สำเร็จ เพราะเกิดการยึดอำนาจโดย คสช. ขึ้นเสียก่อนและไม่ทราบว่าดีลซื้อขายอาวุธครั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเอาผลประโยชน์ของชาติไปแลกด้วยหรือไม่ เพราะสื่อต่างประเทศระบุว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมกดดันให้ประเทศไทย เป็นหัวหอกในภูมิภาคเพื่อคว่ำบาตรรัฐบาลเกาหลีเหนือ ซึ่งกำลังมีความขัดแย้งตึงเครียดกับสหรัฐอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากประเทศไทยเป็นที่ตั้งของสถานทูตเกาหลีเหนือ

        โดยสื่อต่างประเทศยังแฉอีกด้วยว่าเมื่อครั้งที่รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ คือ นาย เร็กซ์ ทิลเลอสัน พบหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในไทยเมื่อเดือนที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ อาจปิดบังความจริงเรื่องความสัมพันธ์ทางการค้ากับเกาหลีเหนือ ซึ่งไทยอ้างว่า การค้าระหว่างไทยกับเกาหลีเหนือในปีนี้ลดลงไปแล้วถึง 94 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสวนทางกับข้อมูลของรอยเตอร์ ที่ระบุว่าการลงทุนของเกาหลีเหนือในไทยยังมีมูลค่าสูงเท่าเดิม และไม่พบว่าธนาคารของไทยจะปิดบัญชีของนักธุรกิจเกาหลีเหนือแต่อย่างใด ไม่ทราบว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่

ประวิตรอ้างมีกลุ่มใน-นอกประเทศจ่อป่วนช่วงพระราชพิธีฯ ผบ.ทบ.ชี้เป็นกลุ่มหนีคดี ม.112



            พล.อ.ประวิตร ระบุการข่าวพบว่ามีกลุ่มคนในและนอกประเทศเตรียมก่อความวุ่นวายในช่วงพระราชพิธีฯ ผบ.ทบ. ชี้เป็นกลุ่มคนที่หลบหนีคดีมาตรา 112 ที่อยู่ในต่างประเทศ ใช้วิธีการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย

        2 ต.ค. 2560 รายงานข่าวระบุว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการร่วมการรักษาความปลอดภัยและการจราจรในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า มีความเป็นห่วงในทุกเรื่อง โดยเฉพาะการก่อกวนและต่อต้านที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องทำให้เกิดความพร้อมและความปลอดภัยในทุกอย่าง

          “ยอมรับว่าการข่าวพบว่ามีกลุ่มคนในและนอกประเทศเตรียมก่อความวุ่นวายในช่วงพระราชพิธีฯ แต่ผมคงไม่ต้องขอความร่วมมือจากคนเหล่านี้ เพราะเป็นกลุ่มผู้ไม่หวังดี ทั้งนี้ฝ่ายความมั่นคงจะต้องวางกำลังอย่างเข้มงวด ทำให้เกิดความพร้อมและความปลอดภัยในทุกอย่าง เพราะพระราชพิธีในครั้งนี้ถือเป็นพิธีสำคัญหนึ่งเดียวในโลก จะมีผู้ร่วมพระราชพิธีกว่า 250,000 คน ดังนั้นทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเตรียมงานให้สมพระเกียรติกับที่ทรงงานมานาน 70 ปี” พล.อ.ประวิตร กล่าว

          พล.อ.ประวิตร กล่าวด้วยว่า สำหรับการเตรียมความพร้อมและขั้นตอนต่าง ๆ ในช่วงพระราชพิธีฯ นั้น ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารทางวิทยุและโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศ


            ขณะที่ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีนี้ด้วย ว่า ได้รับข้อมูลด้านการข่าวมานานแล้ว โดยกลุ่มดังกล่าวมีลักษณะปลุกระดมผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อก่อกวนช่วงงานพระราชพิธีสำคัญ ทั้งนี้เชื่อมั่นว่าประชาชนทุกคนที่เกิดเป็นคนไทยในยุคสมัยของรัชกาลที่ 9 ต่างตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณ และจะร่วมกันสอดส่องดูแลไม่ให้เกิดเรื่องเสียหายในช่วงงานพระราชพิธีฯ ทั้งนี้ขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพื่อให้พระราชพิธีสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี สมพระเกียรติ เพราะถือเป็นงานยิ่งใหญ่และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี

          “การข่าวพบว่ากลุ่มที่ปลุกระดม เป็นกลุ่มคนที่หลบหนีคดีมาตรา 112 ที่อยู่ในต่างประเทศ ซึ่งบุคคลเหล่านี้ไม่กล้าเดินทางเข้ามาในไทย แต่ใช้วิธีการเคลื่อนไหวผ่านโซเชียลมีเดีย อย่างไรก็ตาม การออกมาเปิดเผยในเรื่องดังกล่าว หน่วยงานความมั่นคงไม่ได้ท้าทาย แต่เพื่อแจ้งเตือนให้ทุกฝ่ายเฝ้าระวัง และช่วยกันดูแลความเรียบร้อยให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดในช่วงงานพระราชพิธีฯ ขณะเดียวกันไม่อยากให้สังคมตื่นตระหนก เพราะหากทุกฝ่ายร่วมมือและช่วยกันให้ข้อมูลข่าวสารแก่เจ้าหน้าที่ ก็เชื่อว่าจะไม่เกิดเหตุใด ๆ ขึ้น ซึ่งนับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจะเพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยบริเวณโดยรอบงานพระราชพิธีฯ” พล.อ.เฉลิมชัย กล่าว

           พล.อ.เฉลิมชัย กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร เป็นผู้รับผิดชอบงานด้านความปลอดภัยในช่วงพระราชพิธีฯ ซึ่งหน่วยงานต่าง ๆ ได้มีการแบ่งงานและวางแผนการทำงานอย่างชัดเจน โดยตำรวจเป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องของความปลอดภัย ส่วนกองทัพเป็นผู้สนับสนุน