วันพุธที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ประยุทธ์งัด ม.44 ออก 3 คำสั่งหัวหน้า คสช. เลิกกม.สภาที่ปรึกษาศก.-สภาพัฒนาการเมือง - คปก

ที่มาภาพ เว็บไซต์ทำเนียบฯ 

เลิกกม.สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สภาพัฒนาการเมือง และคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตรและใบอนุญาตต่าง ๆ ตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา ระงับการประกอบกิจการไว้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 60 จนกว่าจะมีมติเป็นอย่างอื่น ฯลฯ
13 ธ.ค. 2559 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยอาศัย ม.44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 จำนวน 3 ฉบับ ประกอบด้วย คำสั่ง คสช. ที่ 71/2559 เรื่อง การยกเลิกกฎหมายว่าด้วยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยสภาพัฒนาการเมือง และกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย คำสั่ง คสช. ที่ 72/2557 เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคํา และ คำสั่ง คสช. ที่ 73/2559 เรื่อง การปฏิบัติหน้าที่ของผู้อํานวยการสํานักงานรับรองมาตรฐาน และประเมินคุณภาพการศึกษา (เพิ่มเติม) 
โดย สำนักข่าวไทย รายงานว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ก่อนประชุมครม. ได้ประชุมคสช.ก่อน เนื่องจากจำเป็นต้องออกคำสั่งหัวหน้า คสช. 3 ฉบับ คือ 1. เรื่องการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่ทองคำที่รัฐบาลกำลังรอพ.ร.บ.เหมืองแร่ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะออกมาในเร็ววันนี้ โดยจะมีคณะกรรมการเหมืองแร่แห่งชาติ เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการประกอบการเหมืองแร่ เช่นของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัดที่จังหวัดพิจิตร ที่ผ่านมารัฐบาลรับทราบข้อเสนอจากกระทรวงอุตสาหกรรม แต่ยังไม่มีมติใด ๆ ทั้งสิ้น ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบความชัดเจน เนื่องจากใกล้ถึงเวลาต่ออายุสัปทานแล้ว ยืนยันว่ารัฐบาลให้ความเป็นธรรม ทำตามสัญญาการประกอบเหมืองแร่ แต่ต้องระมัดระวังการเป็นคดีฟ้องร้องด้วย
“ฉบับที่ 2 เกี่ยวกับการยกเลิกกฎหมายว่าด้วยสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยสภาพัฒนาการเมือง และกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เนื่องจากทั้ง 3 องค์กรนี้ครบวาระแล้ว จึงเห็นว่าควรให้บุคลากรไปทำงานยังหน่วยงานตัวเองส่วนหนึ่ง และองค์กรที่ยังขาดคนอยู่ส่วนหนึ่ง และฉบับที่ 3 เรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินการศึกษา (สมศ.) โดยก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ผมเป็นห่วงว่าเจ้าหน้าที่จะไม่มีงานทำ จึงให้เข้าไปช่วยงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี ส่วนรักษาการผู้อำนวยการที่จะครบวาระเร็ว ๆ นี้ ได้สั่งการให้มีกระบวนการคัดสรรขึ้นใหม่” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว