วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2554

แล้วเมื่อความจริงปรากฏ สุรชัย ติดคุก เพราะกลอน จักรภพ


ความจริงของกลอนร้อนที่อ้างว่าสมัครเขียนก่อนตาย และสุรชัย แซ่ด่านนำไปอ่านจนติดคุกคดีหมิ่นฯ


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
2 มีนาคม 2554

ตอนนี้มีการเผยแพร่บทกลอนที่อ้างว่าเป็น"กลอนสุดท้ายสมัคร : ไม่มีเทวดาบนฟ้า"กันแพร่หลายในหมู่มวลชนเสื้อแดง ทั้งการฟอร์เวิร์ดเมล์ ทั้งการโพสต์ตามกระดานสนทนาต่างๆ และผู้ใช้นามว่า"บรรพต"บันทึกเสียงแพร่กระจาย

ในเนื้อหาที่กระจายกันออกไปนั้นอ้างว่า บทกลอนนี้เป็นบทกลอนสุดท้ายในชีวิตของนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีก่อนตาย เขียนแล้วใส่มือให้ภริยาของท่าน มีนัยยะพาดพิงไปยังบางสถาบันในสังคมไทย แล้วชี้ว่านายสมัครเกิดอาการ"ตาสว่าง"ก่อนตาย จากนั้นนายสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำแดงสยามนำไปอ่านที่งานเสวนานัดหนึ่งที่อิมพีเรียลลาดพร้าว เมื่อปลายปีก่อน และเป็นมูลเหตุให้ถูกจับกุมข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามมาตรา 112

โดยเนื้อหากลอนที่เผยแพร่มีดังนี้
กลอนสุดท้ายสมัคร : ไม่มีเทวดาบนฟ้า

เมื่อสิ้นรักหักสวาทขาดสะบั้น
ก็สิ้นชาติขาดกันแต่เพียงนี้
ที่เคยหลงจงรักและภักดี
มาบัดนี้ไม่มีเยื่อไม่เหลือใย

เห็นกงจักรเป็นดอกบัวชั่วชีวิต
เคยหลงผิดถึงขั้นตายแทนได้
หลงตามลมชวนเชื่อทุกเมื่อไป
บัดนี้ไทยตาสว่างเห็นทางธรรม

เมื่อสิ้นรักหักสวาทขาดสะบั้น
ก็จบกันเลิกเลี้ยงชุบอุปถัมภ์
จะตอบแทนให้สาสมโสมมระยำ
ให้หลาบจำทำชั่วต้องชดใช้

ไม่มีแล้วเทวดาบนฟ้านี้
และไม่มีเหนือมนุษย์ฉุดรั้งได้
ประเทศชาติประชาชนประชาธิปไตย
คือหลักชัยไทยทั้งชาติประกาศพ่วง

เสมือนสวมพระเครื่องอันเรืองเวช
ประนมเดชมอบดวงใจให้ทุกสิ่ง
แต่องค์พระกลับเข้าช่วงชิง
จนได้รู้ความจริงอันเจ็บใจ

สิ่งที่สูงนั้นกลับต่ำจนตำเนตร
ใจสมัคร สุนทรเวชจึงหมองไหม้
เฝ้าจงรักภักดีไม่รู้คลาย
ขอกัดฟันลาตายไม่ถวายพระพร


กลอนสุดท้ายของ... สมัคร สุนทรเวช


จักรภพ-สุรชัย..กล่าวกันว่าสุรชัย แซ่ด่าน ถูกจับกุมเพราะอ่านกลอนที่อ้างว่าสมัคร สุนทรเวช แต่งขึ้นก่อนตาย แต่ความจริงกลอนนี้เป็นสำนวนของจักรภพ เพ็ญแข ผู้นำของแดงสยามอีกราย ซึ่งต่อมาถูกนำไปรวมผสมเข้ากับกลอนอีกสำนวนของผู้ใช้นามปากกาว่า"ปีกซ้าย"

ไทยอีนิวส์ขออธิบายให้เกิดความเข้าใจที่แท้จริงว่า เนื้อหากลอนข้างต้นนั้น นายสมัคร สุนทรเวช ไม่ได้เป็นคนเขียนแต่อย่างใด แต่กลอนนี้มีผู้เขียนไว้2สำนวน แล้วเกิดการนำมารวมกันกลายเป็นกลอนสำนวนเดียวดังข้างต้น ซึ่งผู้ที่อ่านกลอนแปดเป็นประจำจะเห็นได้ชัดว่า ในวรรคที่เป็นบาทสุดท้ายนั้น ไม่ได้สัมผัสกับบาทก่อนหน้านั้นเลย เพียงเท่านี้ก็ควรสงสัยแล้วว่า กลอนนี้เป็นการจับ2สำนวนมาผสมกันจึงผิดฉันทลักษณ์ของกลอนแปด

กลอนสำนวนแรกนั้นเคยเผยแพร่ในไทยอีนิวส์ตามลิ้งค์นี้
http://thaienews.blogspot.com/2010/05/blog-post_21.html โดยมีชื่อกลอนว่า
ไม่มีแล้วเทวดาบนฟ้านี้ เขียนโดยผู้ใช้นามว่า ปีกซ้าย เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2553 มีเนื้อหาดังนี้

ไม่มีแล้วเทวดาบนฟ้านี้... 

เมื่อสิ้นรักหักสวาทขาดสะบั้น
ก็สิ้นชาติขาดกันแต่เพียงนี้
ที่เคยหลงจงรักและภักดี
มาบัดนี้ไม่มีเยื่อไม่เหลือไย

เห็นกงจักรเป็นดอกบัวชั่วชีวิต
เคยหลงผิดถึงขั้นตายแทนได้
หลงตามลมชวนเชื่อทุกเมื่อไป
บัดนี้ไทยตาสว่างเห็นทางธรรม

เมื่อสิ้นรักหักสวาทขาดสะบั้น
ก็จบกันเลิกเลี้ยงชุบอุปถัมภ์
จะตอบแทนให้สาสมโสมมระยำ
ให้หลาบจำกรรมชั่วต้องชดใช้!

ไม่มีแล้วเทวดาบนฟ้านี้
และไม่มีเหนือมนุษย์ฉุดรั้งได้...
ประเทศชาติประชาชนประชาธิปไตย
คือหลักชัยไทยทั้งชาติประกาศทวง


โดย ปีกซ้าย


ส่วนอีกสำนวนนั้น นายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำแดงสยาม อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียุครัฐบาลนายสมัครเขียนเผยแพร่ครั้งแรก ในคอลัมน์ ร้อยรักอักษราเป็นอาวุธ นสพ.ไทย เรดนิวส์ ฉบับที่ 27 (ศุกร์ที่28 พ.ย.-พฤหัสบดี ที่3 ธ.ค.2552)เพื่อไว้อาลัยนายสมัคร ต่อมาเวบไซต์ประชาธิปไตย100%นำมาเผยแพร่ตามลิ้งค์http://democracy100percent.blogspot.com/2009/11/blog-post_26.html เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2552

สำนวนกลอนฉบับเต็มมีดังนี้

เรื่อง : สมัคร สุนทร เวช
โดย : จักรภพ เพ็ญแข


ณ แผ่นดินถิ่นนี้มีผู้ใหญ่
ผู้เกรียงไกรใจถึงประหนึ่งสิงห์
ตอบสังคมสมศักดิ์รักความจริง
ไม่แอบอิงมายาเป็น อาภรณ์

มากศัตรูมากมิตรชีวิตชัด
รักษาชีพด้วยสัตย์เป็นอนุสรณ์
ผ่านถนนจนคุ้มทั้งลุ่ม ดอน
ครบวงจรอย่าง ผู้ใหญ่หัวใจจริง

“สมัคร สุนทรเวช” ท่านจากลับ
ย่อมมิใช่มืดดับทุก สรรพสิ่ง
ทุก ร่องรอยตัวตนของคนจริง
ทุกครั้งนิ่งเงียบสงบพบปัญญา

ผู้แผ้วถางทางเองไม่เกรงขาม
ผู้ก้าวข้ามอุปสรรคที่ ขวางหน้า
ผู้ สร้างตัวไม่กลัวใครในนครา
ผู้จับมือมวลประชาร่วมท้าทาย

และเป็นผู้ผิดหวังครั้งใหญ่ยิ่ง
ผู้ที่ท่านยึดว่าจริง กลับห่างหาย
ผู้ใหญ่ กลับสลับคู่เป็นผู้ร้าย
หัวใจท่านจึงสลายเพราะใจจริง

เสมือนสวมพระเครื่องอันเรืองเวทย์
ประณตเกศมอบหัวใจให้ ทุกสิ่ง
แต่ องค์พระกลับล้วงเข้าช่วงชิง
จนได้รู้ความจริงอันเจ็บใจ

สิ่งที่สูงกลับต่ำนั้น ตำเนตร
ใจ “สมัคร สุนทรเวช” จึงหม่นไหม้
นบนอบมาด้วยประชาธิปไตย
ก็สั่งให้กองทัพมากลับทาง

ยุให้คนผิดกฎหมาย ท้าทายรัฐ
ยุประชาธิปัตย์ เข้าด้านข้าง
ยุ ให้ศาลตั้งตนเป็นคนพาล
และยุผ่านสื่อมวลชนคนบริกร

นี่ล่ะหรือเสาหลักอันศักดิ์สิทธิ์
ภาพนิมิตรกลับกลอกเป็น หลอกหลอน
นึก ว่าว่านสมุนไพรแท้ใบบอน
นึกว่าจริงกลับละครย้อนดูตัว

แต่เกียรติยศแห่ง “สมัคร” จำหลักมั่น
ประชาชนทั้งนั้นท่าน รู้ทั่ว
ถึง ร่างลับดับขันธ์อย่าหวั่นกลัว
ความจริงจักปรากฎทั่วอย่ากลัวปลอม

พักเถิด ครับ...ท่านสมัคร...โปรดพักผ่อน
สิ่งที่ท่านสั่งสอนทั้งตรงอ้อม
จะนำมาปรับใช้จะไม่ยอม
ประชาธิปไตยแมวย้อมจะ ไม่เอา

ประชาชนได้เป็นใหญ่ใน “สมัคร”
เขาจึงรักแน่วแน่จนแก่เฒ่า
เผด็จการอำมาตย์ไทยเขาไม่เอา
ท่านคือเบ้าหลอมร่าง สร้างผู้นำ

กราบวิญญาณ “ท่านสมัคร” ผู้รักชาติ
ผู้สร้างมาตรฐานไว้ไม่ตกต่ำ
หนุนประชาธิปไตยธงชัยนำ
สวนระบอบใจดำผู้อำพราง

ชาว “ประชากรไทย” รวมใจหวัง
มวล “พลังประชาชน” คนสืบสร้าง
จะ สานต่อ “ท่านสมัคร” ผู้สร้างทาง
สละร่างทิ้งหัวใจให้บ้านเมือง.


ก่อนหน้าที่จะมีการนำบทกลอนสำนวนแรก(ที่เกิดจากการนำบทกลอนของปีกซ้ายกับของจักรภพมารวมกัน)เผยแพร่กระจาย และกล่าวกันว่าเป็นต้นเหตุให้สุรชัย แซ่ด่าน โดนจับกุมตามมาตรา112นั้น เคยมีการเผยแพร่บทกลอนอีกสำนวนที่อ้างกันว่าเป็นของสมัคร สุนทรเวช ดังนี้

จากใจ "สมัคร สุนทรเวช" ถึง "ฟ้า" 

เสมือนสวมพระเครื่องอันเรืองเวทย์
ประนมเดชมอบดวงใจให้ทุกสิ่ง
แต่องค์พระ กลับเข้าช่วงชิง
จนได้รู้ความจริงอันเจ็บใจ

สิ่งที่สูงกลับต่ำนั้นดำเนตร
ใจสมัครสุนทรเวชจึงหมองใหม้
เฝ้าจงรักภักดีมิรู้คลาย
ขอกัดฟันลาตาย? ไม่ถวายพระพร

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 ของประเทศไทย (ผู้ประพันธ์)
มอบให้ในอุ้งมือคุณหญิงภรรยาของท่านไว้ก่อนสิ้นใจไม่นาน



บทกลอนสำนวนนี้แพร่หลายอยู่พอสมควร รวมทั้งในเวบบอร์ดคนเหมมือนกันตามลิ้งค์ http://weareallhuman2.info/index.php?showtopic=48758 ซึ่งดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ได้ชี้ว่าไม่ใช่กลอนของสมัคร

โดยดร.สมศักดิ์เขียนว่า ถ้านี่เป็นกลอนของ สมัคร สุนทรเวช จริง ก็จะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทั้งในแง่ประวัติชีวิตของสมัคร และการเมืองในมุมกว้างออกไป (ความเปลี่ยนแปลงของรอยัลยิสต์คนสำคัญ)แต่ผมเกรงว่า นี่จะไม่ใชกลอนของสมัคร สุนทรเวช

(ก่อนอื่น ขอให้สังเกตว่า บรรทัดที่ 3 น่าจะคัดลอกมาผิด เพราะไม่ครบ 8 หรือ 9 พยางค์ ตามสไลต์ชองกลอนบรรทัดอื่น (ถ้าเป็นนักแต่งกลอนสมัยใหม่ กลอนแปดอาจจะมีเพียง 6-7 พยางค์ ในบางบรรทัดได้ แต่นี่ ไม่เข้ากับกลอนส่วนอื่นๆ) - ดูเรื่องนี้ข้างล่าง)

และเมื่ออ่านเนื้อหาแล้ว ผมก็ไม่คิดว่า น่าจะใช่ของสมัคร
พูดง่ายๆ แบบภาษาทีใช้กันแถวนี้คือ ผมไม่คิดว่า สมัคร จะมีอาการ "ตาสว่าง" ก่อนตาย ถึงเพียงนี้

เท่าที่ผมค้นดู ผมพบว่า อันที่จริง กลอนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ กลอน ของ จักรภพ เพ็ญแข ที่แต่งไว้อาลัย สมัคร
ดูตัวอย่างกลอนเต็มๆ ที่เว็บประชาธิปไตย100%
http://democracy100percent.blogspot.com/2009/11/blog-post_26.html
กลอนเต็มๆของจักรภพ นั้น ตีพิมพ์ครั้งแรก ที่ คอลัมน์ ร้อยรักอักษราเป็นอาวุธ นสพ.ไทยเรดนิวส์ ฉบับที่ 27 (ศ. 28 พ.ย.-พฤ. 3 ธ.ค. 52)

ขอให้สังเกตด้วยว่า ในกลอนจักรภพ ฉบับเต็มๆ บรรทัดที่ผมคาดว่า คัดลอกมาผิดนั้น คัดลอกมาผิดจริงๆ ของจริง ต้องเป็น "แต่องค์พระกลับล้วงเข้าช่วงชิง" (ครบ 8 พยางค์)

แต่ปรากฏว่า ดูเหมือนจะมีการตัดเอาเฉพาะท่อนที่ยกมาในกระทู้นี้ ไปเผยแพร่ต่อ ในลักษณะเหมือนกระทุ้นี้ คือมีการเขียนเพิ่มเติมว่า สมัคร แต่ง แล้ว "มอบให้ในอุ้งมือคุณหญิงภรรยาของท่านไว้ก่อนสิ้นใจไม่นาน"
ผมพบที่นี่ เป็นต้น (ใช้ proxy)
http://groups.google.com/group/redthai/msg/901429ac1aabff78?pli=1หรือไปอ้างกันต่ออีกหลายที่

(ขอให้ส้งเกตว่า วรรค "แต่องค์พระ กลับเข้าช่วงชิง" คัดลอกมาตกหล่น เหมือนที่กระทู้คัดลอกมา และไม่เหมือน กลอนฉบับเต็มของจักรภพ)

อาจจะเป็นไปได้ว่า สมัคร แต่งจริง และ "มอบให้ในอุ้งมือคุณหญิงภรรยา" จริง แล้ว จักรภพ ทราบเข้า จึงนำไปรวมอยู่ในกลอนที่ตัวเองแต่ไว้อาลัยสมัคร (เป็นเทคนิคทีนักกลอนบางคร้งใช้ คือ quote บางส่วนของกลอน คนอื่น เข้าไว้ในกลอนตัวเอง เช่น ถ้าผมจะแต่งกลอนถึง จิตร ผมอาจจะใส่ "เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์..." ที่จิตร แต่ง เข้าไว้ด้วยก็ได้ แต่โดยทั่วไป เทคนิคนี้ ถ้าใช้ มักจะมี "..." (เครืองหมาย quote ชัดเจน) แต่กลอนจักรภพ ตามที่เผยแพร่ทางเวบประชาธิปไตย100%ไม่เห็นมี)

แต่โดยส่วนตัว ผมยังไม่คิดว่า น่าจะเป็นไปได้ (ที่ว่าสมัครแต่ง แล้วจักรภพไปได้มา เลยมารวมไว้ในกลอนตัวเอง)

ถ้าใครมีข้อมูลยืนยันได้ กรุณาบอก จะขอบพระคุณอย่างสูง เพราะดังที่กล่าวว่า เรื่องนี้สำคัญในแง่ประวัติชีวิตสมัคร และในแง่การเมืองของรอยัลลิสต์
*******

จากการประมวลทั้งหมดนี้ ไทยอีนิวส์ขอสรุปแบบฟันธงว่า กลอนที่กำลังแพร่กระจายเวลานี้ว่าสมัคร สุนทรเวช เป็นคนแต่ง และสุรชัย แซ่ด่าน นำไปอ่านแล้วติดคุกตามมาตรา112นั้น เป็นของที่ปลอมแปลมขึ้นจากการนำกลอน2สำนวนของปีกซ้ายกับจักรภพมารวมกัน แล้วอ้างว่าเป็นบทกลอนก่อนตายของสมัคร

เราไม่ทราบเจตนาของผู้จัดปลอมแปลงกลอนนี้ขึ้น แล้วอ้างว่าเป็นฝีมือกลอนของสมัคร แต่หากเป็นทริกเพื่อหวังผลทางการเมือง เราก็ขอแจ้งให้ทราบว่า เป็นเจตนาที่ไม่สุจริต เพราะไม่เคารพต่อผู้วายชนม์คือนายสมัคร สุนทรเวช ไม่เคารพต่อมวลชนผู้รับสาร และไม่เคารพต่อข้อเท็จจริง ไม่เคารพต่อเจ้าของผลงานที่แท้จริง เป็นการกระทำที่น่าอับอาย

แม้ว่าการกระทำดังกล่าว จะมีเจตนาหวังผลทางการเมืองบางประการ และก็บรรลุเจตนารมณ์อันซ่อนเร้นของผู้จัดทำและเผยแพร่ก็ตาม สำหรับมวลชนผู้รับสาร แม้ว่าท่านอยากเชื่อว่านี่คือกลอนสุดท้ายของนายสมัคร แต่พึงรับทราบว่า สัจธรรมนั้นไม่อาจงอกเงยมาจากความเท็จ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น