วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

'สนธิ ลิ้มทองกุล เสนอให้ ส.ส.ปชป.ลาออกทั้งหมด แล้วพันธมิตรฯ จะร่วมสู้นอกสภา

         แกนนำ พธม. เสนอประชาธิปัตย์ลาออกจาก ส.ส. ทั้งหมด เดินเกมนอกสภา แล้วแกนนำ พธม. จะร่วมมือด้วย โดยให้ประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ เชื่อคนจะออกมาเป็นล้านๆ ด้าน "เทพไท เสนพงศ์" ทวิตโต้ถ้าลาออก ส.ส. คิดหรือว่ารัฐบาลจะยุบสภา พร้อมบอกผู้สนับสนุนให้ใจเย็นๆ เพราะมีอีกหลายยก
        เอเอสทีวีผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า เมื่อวานนี้ (9 ส.ค.) ในรายการ “คุยทุกเรื่องกับสนธิ” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และได้ร่วมรายการด้วย ในฐานะผู้ดำเนินรายการ โดยในรายการดังกล่าวเขาสวมแว่นตากันแดด โดยให้เหตุผลว่า "เผอิญตาเคือง เป็นต้องหิน" จึงต้องใส่แว่นดำ
         ทั้งนี้ในรายการ นายสนธิ ได้กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจพลาดที่ในรัฐสภาเมื่อ 7 ส.ค. ไม่ยอมเดินออกจากสภาทั้งหมด หลังฝ่ายรัฐบาลลงมติให้ประชุมต่อ โดยเขาเชื่อว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจออกจากสภามาทั้งหมด "ตรงนี้รัฐบาลก็เดินไม่เป็นนะ รัฐบาลไปไม่เป็นนะตรงนี้" และ ส.ส.เพื่อไทยที่เก๋าเกมก็จะบอกไม่ให้เดินหน้าออก พ.ร.บ.ดังกล่าว เพราะจะไม่มีความชอบธรรม
        อย่างไรก็ตาม นายสนธิกล่าวว่า "ประชาธิปัตย์นอกจากไม่ทำอันนี้แล้ว ยังเสือกไปร่วมในกรรมาธิการเขาอีก ทั้งๆ ที่รู้ว่า ในกรรมาธิการก็แพ้"
       นายสนธิกล่าวว่า ที่เป็นเช่นนี้เพราะพรรคประชาธิปัตย์ติดกับดักความกลัว คิดว่าถ้าเอามวลชนไปแล้วบุกเข้าสภาเดี๋ยวจะโดนดำเนินคดี ประชาธิปัตย์ถนัดแต่จะให้คนอื่นติดคุกแทน นอกจากนั้นยังติดกับดักในเรื่องการหลงตัวเอง ว่าตัวเองพูดเก่ง พูดแล้วคนจะฟัง ประชาธิปัตย์เป็นพรรคที่ชอบพูด
       โดยตอนหนึ่งนายสนธิได้มีข้อเสนอว่า "ผมพูดเนี่ยผมอยากจะพูดให้สาวกพรรคประชาธิปัตย์ฟัง ให้ตั้งใจฟังกันให้ดีๆ คุณอยากจะเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองมั้ย คำว่าเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองต้องหมายความว่า ต้องไม่ยอมรับระบบเดรัจฉานในสภานี้ หมายความว่ายังไง หมายความว่าต้องพิจารณา หาทางที่จะให้ทุกฝ่ายมานั่งคุยกัน วิธีเดียวที่จะหาทางให้ทุกฝ่ายมานั่งคุยกันได้คือ พรรคประชาธิปัตย์ทุกคนต้องลาออกหมดเลย ลาออกมาเดินเกมการเมืองนอกสภา แล้วการเดินเกมการเมืองนอกสภา"
      เมื่อลาออกจาก ส.ส. แล้วเดินเกมนอกสภาแล้ว นายสนธิกล่าวว่ายินดีร่วมมือกับพรรคประชาธิปัตย์ "ผมพร้อมจะร่วม พันธมิตรฯ พร้อมจะร่วม แต่คุณต้องลาออกนะ พันธมิตรฯ พร้อมจะร่วม ให้คุณนำ ผมไม่ต้องการนำ ผมเป็นผู้ตามคุณ ผมยินดีตามพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าคุณกล้าทำอย่างนี้ อาการเจ็บหลังของผมที่ผมโดนแทงทั้งหลัง และเจ็บหัวที่โดนยิงหัว ผมลืมได้ ผมทิ้งไว้ข้างตัวเลย เอาชาติมาก่อน"
       "ถ้าอย่างนั้นแล้ว ระดมคนทั่วประเทศไทย 7 วันต้องมีคนเป็นล้านมา วันนั้นเพื่อไทยต้องเคาะประตูแล้วขอคุยด้วย เพราะเขาต้องขอคุยด้วยทันทีเลย ขอคุยด้วยตอนนั้นล่ะ คือการที่จะมากำหนดกติกาทางการเมืองที่มีภาคประชาชนเป็นส่วนร่วม ที่ไม่ใช่พึ่งพาหลักคณิตศาสตร์ วันนั้นเป็นวันที่เจรจาได้หมดทุกอย่าง และวันนั้นอาจจะเป็นวันที่บอกว่าให้ทหารมาตั้ง หรือให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตั้งรัฐบาลรักษาการชั่วคราว 2 ปี เพื่อมาตกลงกติกา วิธีการกันใหม่ นี่คือทางออกของประเทศไทย"
       "แต่ถ้าประชาธิปัตย์ยังจมอยู่กับความคิดโง่ๆ หวังไปเชื่อทหารบางคนที่แทงกั๊กอยู่ว่าทหารจะออกมาสลับขั้วให้ ไม่ลงมาเล่นการเมืองกับประชาชน ประชาธิปัตย์ต้องถึงเวลาต้องมาเล่นการเมืองกับภาคประชาชน ต้องลาออกเลย สละระบบการเมืองนี้ไป ผมพร้อมจะเข้ามาร่วมและผมพร้อมจะเดินตามแกนนำประชาธิปัตย์ ให้ประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ และผมไม่จำเป็นต้องมีแกนนำ ผมพร้อม จะให้ผมขึ้นเวทีพูดปราศรัยผมจะขึ้น ไม่ให้ขึ้น ผมก็ไม่ขึ้น แต่ผมจะไปแสดงความบริสุทธิ์ใจของผม ถ้าเราจะทำอย่างนี้เพื่อความบริสุทธิ์ เพื่อชาติ แต่ต้องไม่มีพรรคการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าประชาธิปัตย์อยากจะปฏิรูปการเมือง อยากทำการเมืองให้ดี ประชาธิปัตย์ลาออกมาแล้วนำไปเลย จะให้ แม้กระทั่งอภิสิทธิ์อยากนำ นำไป สุเทพอยากนำ นำไปไม่เป็นไร ผมไม่ว่า แต่คุณลาออกมาได้ไหม พิสูจน์ตรงนี้ให้ผมดูหน่อย เสียสละให้ผมดูก่อน อย่าใช้นโยบายตีกินเหมือนเดิม ถ้าอย่างนั้นแล้วผมเชื่อ"
       ทั้งนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวว่า ข้อเสนอของเขาไม่ใช่มติของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่เชื่อว่าแกนนำคนอื่นๆ เห็นด้วย "ผมเชื่อว่าผมพูดกับพี่ลอง ผมพูดกับพี่พิภพ หรือ อ.สมเเกียรติ ทุกคนเอาด้วย เพราะทุกคนพวกผม และพันธมิตรฯ เป็นคนที่ไม่มีผลประโยชน์กับใคร แต่เอาชาติเป็นหลัก"
       "วิธีนี้เท่านั้นเองที่จะทำให้ทุกอย่างกลับไปสู่ที่ศูนย์แล้วเริ่มกันใหม่ด้วยความแฟร์" นายสนธิกล่าวในรายการ
       ถ้าปล่อยให้เพื่อไทยปู้ยี่ปู้ยําประเทศต่อไป ความผิดจะอยู่ที่ประชาธิปัตย์ เพราะมีศักยภาพสูงสุดในการเปลี่ยนประเทศได้ มีถึง 12 ล้านเสียง พันธมิตรฯ มีแค่ 1-2 ล้านเสียงเอง และมีผู้นำที่มีบารมีพอ ขอแค่ใส่ความกล้าเข้าไป การสู้ในสภารอถึงวาระ 3 เป็นแค่การซื้อเวลาตายเท่านั้น แต่ในที่สุดก็ต้องตาย สู้ดิ้นออกมาก่อนและหาทางเกิดใหม่ดีกว่า
        "ผมไม่ต้องไปพูดถึงความผิดพลาดเขา ที่เขามีอำนาจและเขาไม่ปราบเสื้อแดง เอาล่ะ ช่างมัน เขามีโอกาสล้างความผิดในชีวิตเขาได้ด้วยการลาออก เชื่อผมสิถ้าเขาลาออกปั๊บ รัฐบาลเดินไม่ถูกเลย เดินไม่เป็นจริงๆ นะ" นายสนธิกล่าว
        ทั้งนี้นายสนธิ กล่าวด้วยว่า เขาเชื่อว่ามวลชนจะเยอะมากขั้นต่ำเป็นล้านและเผลอๆจะสูงถึง 2-3 ล้านคน อย่างน้อยที่สุดพันธมิตรฯ ไปแน่ นี่จะเป็นการเปลี่ยนประเทศจริงๆ และตนเชื่อว่าด้วยปริมาณคน ความรู้ของมวลชน คนชนชั้นกลาง ด้วยอะไรต่ออะไรที่พร้อมอยู่ มันจะทำให้พรรคเพื่อไทยต้องมานั่งโต๊ะเจรจา แล้ววันนั้นทุกคนจะก้าวข้ามพรรคการเมืองทั้งหมดและก้าวข้ามทักษิณด้วย นี่คือข้อเสนอทางออกของประเทศ
           อย่างไรก็ตาม ภายหลังข้อเสนอของนายสนธิ นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าว โดยโพสต์สเตตัสผ่านทวิตเตอร์ว่า "จะให้ผมลาออกจาก ส.ส.มาสู้นอกสภา ไม่ต่างอะไรกับ ปิ้งปลาประชดแมว เป็น ส.ส.ก็สู้ได้ทั้งในและนอกสภาไม่ดีกว่าหรือ?" [1] นอกจากนี้ยังโพสต์ว่า "ลาออกจาก ส.ส. ก็มีเลือกตั้งซ่อม คิดหรือว่ารัฐบาลนี้จะยุบสภา หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ชาติหน้าก็เป็นไปไม่ได้" [2] "การสู้เพื่อขัดขวาง พ.ร.บ.นิรโทษ ยังมีอีกหลายยก ใจเย็นๆ นะพี่น้อง" [3] "ม็อบ 7 สิงหา เดินไปส่ง ส.ส. หน้าสภา เป็นแค่ออเดิร์ฟ" [4] ฯลฯ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น