วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555


เมื่อ "ทีวี ช่อง 7" งดเสนอข่าวนายกฯ
ฟังความจากโลก "ออนไลน์" เมื่อ "ทีวี" งดเสนอข่าวนายกฯ ตอบโต้ "แทรกแซง" สื่อ   คอลัมน์ แมลงวันในไร่ส้ม  ในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2555 ปีที่ 32 ฉบับที่ 1655 หน้า 78


               กลายเป็น "หัวข้อ" ในแวดวงสื่อ เมื่อเว็บไซต์หลายแห่ง รายงานว่า เมื่อวันที่ 25 เมษายน คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้ประชุมพิจารณากรณี นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.สัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ขอให้สอบสวนการแทรกแซงการทำงานของสื่อมวลชน  


                กรณีที่สำนักโฆษก ระงับการเดินทางไปกัมพูชาของ น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวช่อง 7 เพื่อทำข่าวนายกรัฐมนตรีประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน โดยเชิญ น.ส.สมจิตต์ และ นายสมโภชน์ โตรักษา ผู้ช่วยหัวหน้ากองบรรณาธิการข่าวช่อง 7 นางปรารถนา สุทิน ผู้อำนวยการสำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี มาชี้แจง

               นายสมโภชน์ ชี้แจงว่า ช่อง 7 ได้รับมอบหมายจากทีวีพูลให้ติดตามทำข่าวนายกรัฐมนตรี ครั้งนี้เป็นคิวของ น.ส.สมจิตต์ ซึ่งถูกกำหนดให้เป็นทีมล่วงหน้า อีกทีมจะเดินทางพร้อมนายกรัฐมนตรี รายชื่อส่งให้กองงานโฆษกประสานกระทรวงการต่างประเทศไปยังกัมพูชาเรียบร้อยหมดแล้ว 


               ต่อมา น.ส.สมจิตต์ ได้ไปสัมภาษณ์นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการประชุม หลังจากนั้น ผู้บริหารช่อง 7 โทรศัพท์แจ้งตนว่ามีนักการเมืองในรัฐบาลขอให้ยกเลิกการส่ง น.ส.สมจิตต์ แต่ตนได้ยืนยันในฐานะผู้ช่วยหัวหน้ากองบรรณาธิการ และผู้บังคับบัญชาของ น.ส.สมจิตต์ ว่านี่คือการบริหารจัดการภายในของช่อง 7 และเป็นคิวของ น.ส.สมจิตต์ หลังจากนั้นสองวันมีหนังสือจากสำนักโฆษกระงับการเดินทางของทีมล่วงหน้า อ้างว่ากัมพูชามีข้อจำกัดในเรื่องจำนวนสื่อมวลชน และการดูแลรักษาความปลอดภัย

              ในฐานะที่ทำงานสื่อมวลชนมากว่า 20 ปี มั่นใจว่าเป็นการแทรกแซง เหตุการณ์เช่นนี้เคยเกิดขึ้นในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว  


               นายสมโภชน์ ยังเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ทางช่อง 7 ได้งดเสนอข่าวภารกิจนายกรัฐมนตรีในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนให้ฝ่ายการเมืองได้เห็นจุดยืนของช่อง 7 ที่ไม่ยอมรับการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง 

               ช่อง 7 ยังส่งทีมข่าวติดตามภารกิจนายกฯ แต่ไม่ได้นำภาพข่าวมาออกอากาศ 
               ช่อง 7 มีความรับผิดชอบต่อประชาชนในฐานะสื่อมวลชน หากใครเห็นว่าผิดกฎหมายก็ดำเนินการได้ 


ปฏิกิริยาที่ตามมา แตกต่างกันไปตามแนวคิดทางการเมือง

               ความเห็นสนับสนุนช่อง 7 สี มีไม่น้อย ส่วนมากเห็นว่า นายกฯ ควรยอมรับการซักถามข่าวของสื่อ และไม่ควรแทรกแซงการทำงานของสื่อ 


               มาจาก chettha_thi ในพันทิป ราชดำเนิน ระบุว่า ไม่ดูช่อง 7 คงไม่เจ๊งหรอกครับ เพราะเขาทำให้ผู้เจริญแล้วดูกันน่ะครับ 


              ส่วนความเห็นต่าง ก็ร้อนแรงไม่ธรรมดาเหมือนกัน  


             "มาลัยดำ" โพสต์ไว้ในห้องราชดำเนิน เว็บพันทิป เมื่อ 26 เมษายน
             ดู TPBS 3 ทุ่มกว่า มีข่าวว่าทีวีร้องรัฐบาลและนายกฯ แทรกแซงสื่อ เหมือนยุคทักษิณ 


             ดูแล้วอึดอัดมาก นักข่าวช่อง 7 ก็ว่าการเมืองแทรกแซง คณะกรรมการสอบก็วิจารณ์เสียหาย นักข่าว TPBS ก็กระพือข่าว พวกคณะกรรมการก็ ปชป. จ๋ามาทั้งยวง 


             ที่อึดอัด ไม่ใช่อะไร แต่คิดถึงสมัยรัฐบาลก่อนที่มี รมต. ดูแลสื่อได้ฉายาว่า "กริ๊ง...สิงสื่อ" โทร.สายตรงชี้นำทิศทางข่าวโดยที่ไม่มีใครกล้าปริปากพูด สั่งได้ทุกช่อง แต่กลับไม่มีใครเรียกร้อง หรือกล่าวหาว่าแทรกแซงสื่อเลย...?  


               ทำสปอตเพิ่มความเกลียดชัง เช่น เผารถเมล์ ตัวการ์ตูนปาระเบิด และอีกมากมาย ฉายซ้ำทุกๆ ชั่วโมง เวียนไปทุกช่อง สะสมพลังความเกลียด โชคดีที่เปลี่ยนรัฐบาลซะก่อน ไม่งั้นป่านนี้จบแบบรวันดาไปแล้ว  

              คณะกรรมการตรวจสอบต่างๆ องค์กรสื่อ รวมถึงหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องไม่เคยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะออกมาตรวจสอบหรือเรียกร้องอะไรเหมือนที่ทำกันอยู่ในปัจจุบัน  


             สื่อมวลชนหลายคนในยุคนั้นที่โดนยิ่งกว่าช่อง 7 แต่องค์กรต่างๆ หายหัวเงียบ ใบ้รับประทาน เหมือนถูกมนต์สะกด 


             พอมายุคนี้ เอาอีกแล้ว มามุขเดิมอีกแล้ว ถ้ารัฐบาลไหนเป็นของทักษิณ จะต้องโดนกล่าวหาเรื่องแทรกแซงสื่อตลอด 


             สมัยก่อนเราไม่ได้ใช้เน็ตอย่างแพร่หลาย ข่าวมีแต่จากทีวี หนังสือพิมพ์ ข่าวตามเว็บยังไม่มาก มายุคนี้ ข่าวตามเว็บไวกว่า เร็วกว่า เช็กข้อมูลได้หมด ประชาชนเลยตาสว่าง กับขบวนการกล่าวหาเรื่องแทรกแซงสื่อว่าเขาทำงานกันยังไง ใช้วิธีกล่าวหาและโจมตีกันยังไง เช็กข้อมูลได้เอง ไม่ต้องรอสื่อชี้นำเหมือนเมื่อก่อน

              ล็อกอินดังในพันทิป "แมวน้ำสีคราม" โพสต์ตอนหนึ่งว่า ผมตั้งข้อสังเกตครับ...ช่อง 7 สี ทำถูกหรือไม่ ที่ตอบโต้ด้วยการประท้วงไม่ทำข่าวนายกฯ ยิ่งลักษณ์ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา...? 


              ประเด็นนี้ผมว่าออกจะเกินเลยไป ...แฟนๆ ที่เขาเป็นประชาชน โดยเฉพาะคนที่เขาติดตามผลงานนายกฯ ของเขามาตลอดก็พลอยรับผลไปด้วย 


              ตรงนี้แหละครับ คือประเด็น ที่แยกแยะไม่ออก ระหว่างเรื่องส่วนตัว กับเรื่องส่วนรวม
             ส่วนประเด็นของคุณสมจิตต์...จะอ้างว่าเป็นกลาง...ก็ว่าของคุณไป แต่สังคมเขารับทราบดีว่า ใครมีพฤติกรรมอย่างไร ชื่นชอบใครจนออกหน้าออกตาเป็นพิเศษ  


             ก็สมควรแล้วล่ะครับที่นักข่าวอาวุโสประจำทำเนียบ เขาเคยบอกว่า จะตั้งคำถามเอาเรื่อง หรือตั้งคำถามหาเรื่อง... 


              สรุป คุณประท้วงไม่ทำข่าวนายกฯ ผมก็ประท้วงไม่ดูข่าวของคุณเหมือนกัน

             อีกความเห็นจากล็อกอินหวือหวา "มัจฉาเสียบฉึก" วันที่ 27 เมษายน ถามว่า เสื้อแดงบอกใครเจอนักข่าว "จัดให้หน่อย" อย่างนี้เรียกคุกคาม เสื้อเหลืองทุบรถนักข่าว อย่างนี้ไม่คุกคาม  


             แฝดนรกบอกอยากเตะนักข่าว นี่ก็ไม่คุกคาม ตกลงคำว่า "คุกคาม" ของสมาคมนักข่าวฯ หมายความว่ายังไง ใครเข้าใจช่วยอธิบายให้ฟังที

              Saipin วันที่ 27 เมษายน เช่นกัน ร่วมแสดงความเห็น แอนตี้ข่าวของฟรีทีวีมานานแล้วตั้งแต่สมัยโน้น ที่พันธมิตรชุมนุมยืดเยื้อ ปิดถนนเป็นแรมเดือนแรมปีพวกข่าวฟรีทีวี นี่ก็เอาไมค์ไปจ่อปากพวกแกนนำพันธมิตรไม่เว้นแต่ละวัน 


               แทนที่จะไปสัมภาษณ์รัฐบาลในสมัยนั้นบ้าง...ไม่มีเลย ก็เลิกดูข่าวการเมืองตั้งแต่บัดนั้น

              "padpaking" คนนี้ท่าทางติดละคร เดี๋ยวรอไข่ลูกเขย จบก่อนนะครับ ละครเบาสมองดี ดูแล้วพิจารณาหลายๆ ช่องก็ได้ครับ อาจจะไม่ได้เป็นกันทั้งช่อง มีช่องให้เลือกดูอีกเยอะ แต่ปกติผมก็ดูแต่เคเบิล  


              ให้กำลังใจสื่อนะครับ ให้ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา นำเสนอความจริง ไม่ใช่นำเสนอความคิดส่วนตัว


              เป็นอีกเสียงสะท้อนถึงการทำงานของสื่อ ในยุคที่ช่องทางการสื่อสารมีมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคข่าวได้แสดงทัศนะของตนอย่างฉับพลันทันที   
http://redusala.blogspot.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น