วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554


‘จตุพร’โต้เตรียมเผ่นหนียัน4พ.ค.ไปดีเอสไอมอบตัวสู้คดีหมิ่นสถาบัน

จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
         ปีที่ 12 ฉบับที่ 3040 ประจำวัน อังคาร ที่ 26 เมษายน 2011

         เกิดข่าวลือ “จตุพร” เตรียมเผ่นหนีออกนอกประเทศ หลังประเมินไม่รอดคดีหมิ่นเบื้องสูงและจะไม่ได้รับการประกันตัว เจ้าตัวโต้ไม่เป็นความจริง ยืนยันวันที่ 4 พ.ค. ไปมอบตัวกับดีเอสไอตามหมายเรียกแน่ ย้ำพร้อมต่อสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม และขอต่อสู้ในประเทศ อัยการฝ่ายคดีพิเศษรุดหารืออัยการสูงสุดยังไม่ได้ข้อสรุปจะยื่นถอนประกัน 9 แกนนำทั้งหมดหรือเฉพาะบางราย ด้าน “สุพร-พายัพ-ชินวัฒน์” ได้ประกันตัวในชั้นอัยการหลังถูกถอนประกันชั้นสอบสวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมามีความพยายามปล่อยข่าวผ่านทางโซเซียลเน็ตเวิร์คว่านายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แดงทั้งแผ่นดิน กำลังเตรียมเดินทางหนีไปอยู่ต่างประเทศ เนื่องจากมีการประเมินว่าจะไม่พ้นความผิดคดีหมิ่นสถาบันเบื้องสูงที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกให้ไปรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 4 พ.ค. นี้ คาดกันว่าหลังเข้ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วจะไม่ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน


“จตุพร” ยันสู้คดีไม่หนี


เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังนายจตุพรได้รับคำยืนยันว่ากระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ยืนยันว่าวันที่ 4 พ.ค. จะไปรายงานตัวกับดีเอสไอตามหมายเรียกแน่นอน
“ผมไม่เคยคิดหนีไปไหน เพราะว่าผมพูดได้ภาษาเดียวคือภาษาไทย จึงจะขอต่อสู้อยู่ในประเทศไทยเท่านั้น”


ดีเอสไอส่งฟ้อง 3 แกนนำ นปช.


ที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 พ.ต.ท.ถวัลย์ มั่งคั่ง ผู้อำนวยการสำนักคดีอาญาพิเศษ 2 ดีเอสไอ นำสำนวนการสอบสวนพร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องนายสุพร อัตถาวงศ์ นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายชินวัฒน์ หาบุญพาด แกนนำ นปช. ผู้ต้องหาคดีร่วมกันก่อการร้าย ร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญเพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยผู้กระทำความผิดคนหนึ่งคนใดมีอาวุธ เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ร่วมกันชุมนุมหรือมั่วสุม ณ ที่ใดตั้งแต่ห้าคนขึ้นไปในท้องที่ผู้รับผิดชอบประกาศกำหนด อันเป็นการฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตามความในมาตรา 9 พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ส่งให้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษเพื่อพิจารณาสั่งคดี


ให้ประกันตัวในชั้นอัยการ


ทั้งนี้ นายประกัน ทนายความ และผู้ต้องหาทั้ง 3 คนเดินทางไปที่สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 ด้วย เนื่องจากถูกดีเอสไอถอนประกันตัวในชั้นสอบสวนจากกรณีร่วมชุมนุมและปราศรัยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการผิดเงื่อนไขประกันตัวที่ดีเอสไอกำหนด นอกจากนี้นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธาน นปช. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. และแนวร่วมอีกจำนวนหนึ่งได้เดินทางมาให้กำลังใจด้วย โดยทนายความของทั้ง 3 คนยื่นหลักทรัพย์เดิมที่ใช้ประกันตัวในชั้นสอบสวนขอประกันตัวจากอัยการ เมื่ออัยการพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัว โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามร่วมชุมนุมโดยผิดกฎหมาย ห้ามยุยงปลุกปั่นประชาชนให้กระทำผิดกฎหมาย ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ห้ามออกนอกราชอาณาจักรก่อนได้รับอนุญาต และนัดฟังคำสั่งว่าจะฟ้องหรือไม่ในวันที่ 19 พ.ค. นี้ เวลา 10.00 น.


“สุพร” ยืนยันไม่ได้ทำผิดเงื่อนไข


นายสุพรให้สัมภาษณ์ว่า นปช. ทุกคนพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยืนยันว่าการร่วมชุมนุมเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมาไม่ได้ผิดเงื่อนไขการประกันตัว เพราะเป็นการชุมนุมโดยสงบ มีเวลาเริ่มและเลิกชัดเจน ต่างจากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ชุมนุมปิดถนนมายาวนานแต่ไม่มีใครไปทำอะไร
“เรื่องความจงรักภักดีต่อสถาบันไม่ต้องมาถามพวกผม เพราะในหัวใจไม่เคยมีใครไม่จงรักภักดี อยากขอร้องรัฐบาลและทหารว่าอย่าเอาเรื่องสถาบันมาเป็นประเด็นโจมตีผู้ที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล”


“ธิดา” ย้ำ นปช. แค่เตือนสิ่งที่ไม่ถูกต้อง


นางธิดากล่าวว่า แกนนำทั้ง 18 ได้รับหมายเรียกคดีหมิ่นเบื้องสูงจากดีเอสไอแล้ว ทุกคนจะเดินทางไปตามหมายเรียกแน่นอน แม้มั่นใจว่าไม่ได้ทำความผิดตามข้อกล่าวหา


“การชุมนุมของ นปช. เปรียบเสมือน Warning mob เป็นการส่งสัญญาณเตือนว่ากำลังมีสิ่งไม่ถูกต้องเกิดขึ้นในสังคม โดยเอาสถาบันเบื้องสูงมาเป็นข้ออ้าง”


อัยการหารือถอนประกัน 9 แกนนำ


นายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ นายภาณุพงษ์ โชติสิน รองอธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และนายรุจ เขื่อนสุวรรณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 1 เข้าพบนายจุลสิงห์ วสันตสิงห์ อัยการสูงสุด (อสส.) เพื่อหารือเกี่ยวกับคำร้องขอประกันตัวแกนนำ นปช. 9 คนของดีเอสไอ


ยังไม่สรุปยื่นถอนประกันทั้งหมด


หลังการหารือนายธนพิชญ์เปิดเผยว่า การพิจารณายังไม่ได้ข้อยุติ จะต้องตรวจสอบพยานหลักฐานเพิ่มอีก จึงบอกไม่ได้ว่าจะยื่นศาลถอนประกันทั้งหมด 9 คน หรือยื่นเฉพาะบางราย


“ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือผู้ที่ไม่ได้ปราศรัยหมิ่นเบื้องสูง แค่อยู่ร่วมบนเวทีต้องยื่นถอนประกันด้วยหรือไม่ และข้อหาหมิ่นเบื้องสูงนั้นเกี่ยวข้องกับคดีก่อการร้ายหรือไม่ อยู่ในเงื่อนไขการประกันตัวหรือไม่ หรือว่าต้องแยกดำเนินคดี”


*******************************
http://redusala.blogspot.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น