วันพุธที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2554

คนสีขาวบนเส้นทางสีเทา?
ปุระชัย เฉียดโจร-เฉี่ยวนายก


สัมภาษณ์พิเศษ โดย หทัยกาญจน์ ตรีสุวรรณ 
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1301488068&grpid=01&catid=&subcatid=


"..เราไม่ใช่โจร ไม่ได้ไปปล้นใคร หลายคนบอกว่าเราฉกฉวยสถานการณ์ ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ แต่เราเกิดขึ้นในภาวะขาดแคลนผู้นำ.."

ปี 2548 "เขา" หลุดวงโคจร"อำนาจเก่า" หลังเปิดฉากทำ"สงครามคนดี" กับ "เอ็นจีโอต้นทุนสูง" ก่อนหันหลังให้พรรคไทยรักไทย (ทรท.) ซึ่งตัวเองเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง

ปี 2549 "เขา" กลับเข้ารัฐสภาด้วยแรงสนับสนุนจาก "ขั้วอำนาจใหม่"ในบทบาทสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทว่าไม่อาจรอดพ้นจาก "วิบากกรรมหมู่" โดยตกเป็นจำเลยร่วมในคดีทุจริตโครงการหวยบนดิน และคดีกล้ายาง ทั้งที่ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะ "ต้องคดีอาญา" เพราะไม่ได้ทำผิด-ประพฤติชั่ว-คอร์รัปชั่น

ปี 2554 "เขา" กลับมามีที่ยืนในทางการเมืองอีกครั้ง ในฐานะ "ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาสันติ"

"พรรค" ที่แปลงสภาพจาก "พรรคธรรมาธิปไตย" อดีต "หัวสำรอง" ของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ก่อนตัดสินคดียุบพรรคปี 2553 เนื่องจากมี "ธันวา ไกรฤกษ์"ลูกพี่ลูกน้อง "จุติ ไกรฤกษ์" รมว. เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เป็นหัวหน้าพรรค

พรรคที่ "ผู้ก่อตั้ง-ผู้ร่วมอุดมการณ์" มีหลายขั้ว-หลายเฉด ไม่ว่าจะเป็น "พันธ์เลิศ ใบหยก" อดีตรองเลขาธิการ ทรท. ที่มีชื่อติดบัญชี "ท่อน้ำเลี้ยง" กลุ่มคนเสื้อแดงของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

หรือ "พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ" อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) น้องชาย "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รมว.กลาโหม ที่ถูกมองว่ามีสัมพันธ์แนบแน่นกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ของ "เนวิน ชิดชอบ"
ในวันที่ตัดสินใจวกกลับสู่ปลักโคลนการเมือง "ร.ต.อ. ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์" เจ้าของสมญา "คนดีไม่มีเสื่อม" ยอมรับว่าบทบาท "นักวิชาการ" ที่ทำในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีแต่ "พระคุณ" ไม่มี "พระเดช"

เมื่อ "วงรอบการเมือง" ย้อนกลับไปสู่จุดใกล้เคียงกับปี 2541 ที่มีการก่อตั้ง "พรรคคิดใหม่ทำใหม่" จึงเป็นจังหวะที่พรรค-พวก-เพื่อน "ปุระชัย" คิดลุยทำ "พรรคทางเลือกใหม่" อีกครั้ง

แต่ด้วยปฏิทินยุบสภาของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" นายกรัฐมนตรี ที่กระชั้นเข้ามา ทำให้ "ปุระชัยกับพวก" ตัดสินใจยืม "หัว" ธรรมาธิปไตยที่จดทะเบียนไว้แล้ว และหาสมาชิกพรรคได้ครบ 5 พันคนตามกฎหมายกำหนดแล้ว ก่อนเปลี่ยนชื่อ แปลงอุดมคติ ปลดโลโก้เก่า รื้อโครงสร้างกรรมการบริหาร (กก.บห.) ใหม่

"หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมมีโอกาสสัมผัสคนเยอะ โดยเฉพาะคน กทม. บอกว่าถ้ามีการเลือกตั้งจะไม่ออกไปใช้สิทธิ เพราะไม่รู้จะเลือกใคร หรือถ้าออกไปเลือกก็จะโหวตโน เพราะลองมาหมดแล้วทั้งพรรคที่เป็นรัฐบาลและฝ่ายค้าน รู้สึกทางเลือกตันมาก ผมลองถามว่าถ้ามีพรรคทางเลือกใหม่เกิดขึ้นจะไปเลือกตั้งหรือไม่ เขาบอกว่าอาจจะไป เราจึงมานั่งคิดกันว่าถ้ามีคนกลุ่มหนึ่งเสียสละ และเสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่ ก็น่าจะดี" 
การเกิดขึ้นท่ามกลางข่าวลือ "ปฏิวัติจำแลง" ทำให้หลายฝ่ายคลางแคลงใจว่ามี"สัญญาณพิเศษ" ช่วยทำคลอดหรือไม่ "ร.ต.อ.ปุระชัย" ปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาสันติเกิดขึ้นด้วยตัวเอง

เป็นไปได้หรือไม่ว่ากองทัพไม่อยากใช้บริการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป). แล้ว จึงหาตัวช่วยใหม่?

เขาตอบทันควัน "ผมจบเตรียมทหาร (ตท.) รุ่น 9 ส่วนใหญ่เกษียณหมดแล้ว ถือว่าอาวุโสแล้ว ความเป็นรุ่นพี่ ถ้าน้องอยากจะมาพูดคุย มาได้ แต่กองทัพจะมาสั่งผม เป็นไปไม่ได้"
แล้วถ้าเป็นใบสั่งจาก "คนเหนือกองทัพ" ล่ะ? 
"เราเป็นประชาชน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร" เขากล่าวเลี่ยงๆ

ทว่าการมีชื่อ "อดีตประมุขสีกากี-น้องรักพี่เบิ้มสีเขียว" เข้ามาข้องแว้งกับพรรคประชาสันติ ทำให้สมมติฐานดังกล่าวคล้ายมีน้ำหนักขึ้นมา

"ร.ต.อ.ปุระชัย" อธิบายว่ารู้จัก-โยงใย "พล.ต.อ. พัชรวาท" มานาน เนื่องจากบิดาเป็นนายร้อยเทคนิคทหารบกรุ่นๆ กัน พอทั้งคู่มีลูก ก็ส่งเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ก่อนไปเรียน ตท.9 ด้วยกัน เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) รุ่น 25 เหมือนกัน จากนั้นเมื่อรับราชการตำรวจก็อยู่หน่วยเดียวกัน พอ "บิ๊กปุ"มาเป็น รมว. มหาดไทยปี 2544 "บิ๊กป๊อด" ก็ไปเป็นผู้บัญชาการประจำกระทรวง ก่อนเป็น สนช. ด้วยกันในปี 2549

"เราไม่ต้องฮั้วอะไรกัน เพราะอยู่ในฐานะที่รู้จักกันดี ปกติเขาเป็นคนไม่ค่อยพูดนะ ข้อดีคือเก็บความลับเก่ง แต่จุดอ่อนคือทำให้หลายครั้งข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับเขา เป็นการเขียนไปเอง ซึ่งถูกบ้างผิดบ้าง"
การเขียนชื่อ "พล.ต.อ.พัชรวาท" ใส่พรรคประชาสันติถูกหรือผิด?

"ผู้ก่อตั้งพรรค"
 ยืนยันยังไม่มีชื่อ "เพื่อนรัก" ในพรรค แต่อดีต ผบ.ตร. เห็นด้วยกับการมีพรรคทางเลือกให้ประชาชน แต่ไม่ได้เข้ามามีบทบาท หรือเป็นสมาชิกพรรค เพราะถ้ามีชื่อมันจะตกเป็นเป้าทั้งบวกและลบ

เช่นเดียวกับเจตจำนงเดิมของ "ร.ต.อ.ปุระชัย" ที่ต้องการยืนในตำแหน่ง "กองหลัง"ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่ง กก.บห. ไม่ลงสมัคร ส.ส. แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่สั่งสมมาทำให้ "ใคร" บางคนพยายามผลักเขาให้ออกมายืน "กองหน้า" ถึงขั้นชูขึ้นเป็น"โลโก้"

"คงไม่ใช่การเอาผมไปเป็นโลโก้ แต่ถ้าจะเอาชื่อผมไปแปะเป็นสมาชิกพรรค ให้ช่วยเขียนนโยบาย ผมยินดี ถ้าพรรคอยากให้เป็นหัวหน้า ก็ต้องรอดูผลอย่างเป็นทางการในการประชุมใหญ่สามัญ วันที่ 2 เมษายนก่อน ส่วนถ้าจะให้ลงสมัคร ส.ส. คงลงแบบบัญชีรายชื่อ"
พร้อมให้คนอื่นใช้ต้นทุนส่วนตัว?
"มันขึ้นอยู่กับผม ถ้าผมสบายใจ อยากช่วย ก็ไม่มีปัญหา"
ส่วนการกลับมาครั้งนี้ มั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ถูกการเมืองกระชากความเสื่อมใส่?

"คนดีไม่มีเสื่อม" กล่าวว่า ทุกคนอย่าเอาตัวเองเป็นหลัก แต่ที่ผ่านมายืนยันและมั่นใจว่าไม่เคยทำอะไรเสียหาย มาครั้งนี้ถือว่าเข้ามาช่วยบ้านเมืองให้เป็นปกติ

"หลายคนบอกว่าการเมืองเป็นเรื่องสกปรก แต่ผมคิดว่ามันเป็นเส้นทางของสุภาพบุรุษและสุภาษสตรี เราไม่ใช่โจร ไม่ได้ไปปล้นใคร หลายคนบอกว่าเราฉกฉวยสถานการณ์ ขอบอกเลยว่าไม่ใช่ แต่เราเกิดขึ้นในภาวะขาดแคลนผู้นำ และไม่มีพรรคทางเลือก"
ปฏิเสธไม่ได้ว่าความพยายามสลายความขัดแย้งของ "2 ขั้วอำนาจ" ด้วยทฤษฎี"พรรคทางเลือกที่ 3" หรือกระทั่งสอดตัวเข้าไปอยู่ใน "คู่ขัดแย้งหลัก" ตามทฤษฎี"โซ่ข้อกลาง" ไม่เคยสัมฤทธิผล ทำให้ "ร.ต.อ.ปุระชัย" ไม่แน่ใจว่าทฤษฎี "พรรคทางเลือกใหม่" จะออกฤทธิ์

"ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะสำเร็จ ไม่มีใครการันตีได้ พรรคต้องไม่เพ้อฝัน ทำการเมืองเป็นวิทยาศาสตร์ ถ้าบอกว่าทุกคนต้องเลือกเรา เราต้องมีคะแนน อย่างนั้นไม่ใช่ แต่วันนี้เรามีข้อมูลว่ามีคนหลายแสนคนที่จะไม่ออกเสียง แต่ถ้ามีกลุ่มใหม่ๆ เข้ามา เขาอาจจะออกเสียง ดังนั้น ขอให้สบายใจได้ว่าเราไม่ได้ไปแย่งฐานเสียงใคร ไม่ได้คิดเป็นคู่แข่งพรรคไหน ไม่ได้คิดเอาเป็นเอาตายกับใคร"
จุดขายของพรรคประชาสันติอยู่ที่ความสด ใหม่ เป็นทางเลือก สร้างความหวังให้"คนกลางๆ" ที่ไม่ฝักใฝ่สีไหน ไม่เอียงข้างใด โดยใช้ผลงาน-เกียรติประวัติ-ประสบการณ์การทำงานให้บ้านเมืองด้วยความซื่อสัตย์ เป็นเครื่องยืนยันความตั้งใจ

กล่าวคือขายภาพลักษณ์พรรคสีขาว ศูนย์รวมคนดี เก่ง ซื่อสัตย์ แต่ไม่มีนโยบาย

"สิ่งสำคัญคือคนกุมบังเหียน คนกับระบบมีความสำคัญ แต่คนต้องมาก่อน เขาบอกว่าคนดี ระบบดี ต้องดีแน่ คนดี ระบบแย่ พอแก้ไข คนแย่ ระบบดี ไม่ช้าก็ไป คนแย่ ระบบแย่ ก็บรรลัยเอย ดังนั้น สำคัญคือคน อย่าง ทรท. แรกๆ คนดี ระบบดี แต่ทำไปทำมา คนดีชักหายไป คนที่เข้ามาแทนที่เป็นอย่างไร ก็ลองไปคิดกันดู แต่ได้นำมาสู่การล่มสลายของพรรค"


หากเปรียบเทียบพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กับพรรคเพื่อไทย (พท.) พรรคไหนมีส่วนผสมของคนดีที่น่าไปจัดรัฐบาลร่วมกันมากกว่า?
เขางดออกความเห็น-ไม่ก้าวล่วงพรรคอื่น พร้อมอุบไต๋ว่าคะแนนเสียงที่คนไทยเตรียมเทให้ "พรรคตรงกลาง" จะไปผสมขั้วซ้าย หรือผนึกขั้วขวา โดยบอกเพียงว่าให้ติดตามกันต่อไป

"การเลือกตั้งครั้งแรก จะได้กี่เสียงไม่เป็นไร จะได้เป็นฝ่ายค้าน หรือรัฐบาลไม่เป็นไร ถ้าได้เป็นฝ่ายค้านก็ดี ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบ ได้เรียนรู้งาน ที่สำคัญคือเป็นฝ่ายค้านแผลน้อย แต่ถ้าได้เป็นรัฐบาล ก็ได้เข้าไปแก้ปัญหาให้บ้านเมือง"
เมื่อซักว่าสูตรจัดตั้งรัฐบาลต้องออกมาอย่างไร ถึงจะมีโอกาสเห็นชายชื่อ "ร.ต.อ.ปุระชัย" เป็นนายกฯ?


"บางทีเรายังไม่ได้เดินก้าวแรกเลย ไปถามว่าจุดหมายก้าวที่ 100 อยู่ตรงไหน มันเป็นไปไม่ได้ ถ้าพูดไปก็เหมือนสร้างวิมานในอากาศ โดยหลักคือพรรคที่ได้เสียงข้างมาก ต้องได้เป็นนายกฯอยู่แล้ว ส่วนพรรคที่ได้เสียงน้อยก็ไม่ได้เป็น แต่สำหรับประเทศไทย อะไรก็เกิดขึ้นได้"


ส่วนโพลหลายสำนักที่ระบุตรงกันว่าคะแนนความนิยม "อภิสิทธิ์-ร.ต.อ. ปุระชัย" ตีคู่สูสีกัน ทำให้ "คนการเมืองสีขาว" ยิ้มรับข่าวมีชื่อติดโผ "แคนดิเดตนายกฯ" ก่อนกล่าวว่า "นั่นคือเสียง บางครั้งมีเสียง แต่ถึงขั้นมีคะแนนหรือไม่เป็นอีกเรื่อง"


ถือเป็นการกระตุกตัวเองให้ฝันใกล้ๆ ในวันหวนคืนเส้นทางสีเทาในวงจรการเมือง!!!
*

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น