เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติฯ ระบุการการออกเสียงประชามติไม่ได้เ กิดขึ้นอย่างเป็นอิสระ และเป ็นธรรม เรียกร้อง คสช. คืนชีวิตทางการเมือง หยุดปิดกั้นการแสดงความเห็นต่อร่าง รธน. ยุติการดำเนินคดีนักโทษประชามติ พร้อมยกเลิกอำนาจพิเศษ ม.44
11 ส.ค. 2559 เวลา 11.00 น. ที่ห้องประชุม โครงการปริญญาเอก คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรม นูญกำหนดอนาคตประชาชน นำโดยเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ได้จัดการแถลงข่าวต่อผลประชามติเมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่าน โดยระบุว่า ผลการลงประชามติไม่อาจนั บเป็นฉันทานุมัติหรือ “ใบอนุญาต” ให้ คสช. ดำเนินการตามอำเภอใจโดยไม่ฟ ังเสียงฝ่ายใดได้ โดยมีเหตุผล 3 ประการคือ 1.การออกเสียงประชามติไม่ได้เ กิดขึ้นอย่างเป็นอิสระและเป ็นธรรม 2.เหตุผลของการเห็นชอบร่างรัฐ ธรรมนูญมีความหลากหลาย การที่ คสช. และ กรธ. แจ้งขั้นตอนข้างหน้าแต่เฉพา ะกรณีร่างรัฐธรรมนูญผ่าน ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเกิ ดความวิตกกังวลว่าหากร่างรั ฐธรรมนูญไม่ผ่านจะเป็นอย่าง ไร จึงอาจตัดสินใจเห็นชอบร่างร ัฐธรรมนูญไปก่อน และ 3.การที่มีผู้ออกเสียงไม่เห็น ชอบร่างรัฐธรรมนูญร้อยละ 38.60 แสดงให้เห็นว่ายังคงมีประชา ชนที่เห็นต่างต่ออนาคตสังคม ไทยผ่านร่างรัฐธรรมนูญอยู่เ ป็นจำนวนมาก ซึ่ง คสช. และ กรธ. ไม่สามารถเพิกเฉยหรือละเลยเ สียงเหล่านี้ได้
ทั้งทางเครือข่าย 96 องค์กรได้เรียกร้องให้ คสช. คืนชีวิตทางการเมือง หยุดปิดกั้นการแสดงความเห็นต่อร่าง รธน. ยุติการดำเนินคดีนักโทษประชามติ พร้อมยกเลิกอำนาจพิเศษ ม.44 และกำหนดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด

แถลงการณ์เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรมนูญกำหนดอนาคตประชาชน ภายหลังการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ 7 สิงหาคม 2559
ผลการออกเสียงประชามติเบื้อ
เพราะเหตุนี้ เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรม
เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรม ด้วยความเคารพต่อสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของประชาชน เครือข่าย 96 องค์กรใส่ใจประชามติรัฐธรรม
|







10 ส.ค. 2559 พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกคำแถลง เรื่อง เรียกร้องให้ปล่อยตัวผู้เห็นต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญ และเร่งสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างต่อการแสดงความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน ว่า พรรคพท.ขอเรียกร้องดังต่อไปนี้ 1.ควรพิจารณาปล่อยตัว “ผู้มีความเห็นต่างต่อร่างรัฐธรรมนูญ” ที่ถูกจับกุม ด้วยเหตุเพราะปัจจุบันการทำประชามติได้สิ้นสุดลงแล้ว การดำเนินการกับผู้เห็นต่างดังกล่าวจึงควรจะยุติลง ในส่วนของผู้มีอำนาจและผู้บังคับใช้กฎหมาย ควรจะได้ใช้ดุลยพินิจในทางสร้างสรรค์ว่าการเผยแพร่ความเห็นวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่พึงกระทำได้ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 การวิพากษ์วิจารณ์หรือการมีความเข้าใจในตัวบทกฎหมายที่แตกต่างกันเป็นปกติวิสัยของคนในสังคมที่อาจมีความเห็นแตกต่างกันได้ จึงไม่ควรจะตั้งข้อหาขนาดว่ากระทำผิดอาญาร้ายแรงถึงขั้นเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนถึงขนาดที่จะก่อให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักร ทั้งนี้หากรัฐยังคงยืนยันที่จะดำเนินการอยู่ต่อไป ก็ควรต้องใช้กระบวนการยุติธรรมปกติ อนึ่ง ได้ทราบว่าผู้ถูกคุมขังบางส่วนมีสุขภาพร่างการที่ไม่สมบูรณ์ มีโรคประจำตัว การควบคุมกักขังบุคคลเหล่านี้จึงควรคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชนเป็นอย่างสูง