วันศุกร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2554


อองซานซูจี" หวังพม่าก้าวสู่หนทางประชาธิปไตยในเร็ววัน 
เรียกร้องทางการปล่อยนักโทษการเมือง

            นางออง ซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตยคนสำคัญของพม่า กล่าวภายหลังการพบปะพูดคุยกับนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯว่า เธอหวังว่าพม่าสามารถเดินไปตามแนวทางที่มุ่งสู่ความเป็นชาติประชาธิปไตยได้

            นางซูจีแสดงความยินดีที่การปฏิรูปทำให้พรรคของเธอสามารถเข้ารับการเลือกตั้งได้อีกครั้ง และว่ายังคงมีสิ่งที่ต้องจัดการให้ลุล่วงอีกมาก นอกจากนั้นยังเรียกร้องให้ทางการปล่อยตัวนักโทษการเมืองโดยเร็ว

            รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเข้าพบนางซูจีในช่วงเช้าวันนี้ที่กรุงย่างกุ้ง ทั้งสองได้ให้คำมั่นว่าจะประสานความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดประชาธิปไตยขึ้นในพม่า นางซูจีเปิดเผยว่า เธอมั่นใจว่าหากพม่าและสหรัฐฯแสดงความร่วมมือกัน หนทางสู่ประชาธิปไตยก็จะยิ่งสดใสยิ่งขึ้น แต่กล่าวเสริมว่า ขณะนี้ พม่ายังคงไม่ได้เดินบนเส้นทางดังกล่าวแต่อย่างใด

ทั้งนี้ พม่ายังคงถูกคุกคามจากปัญหาชนกลุ่มน้อยและรัฐบาลยังคงควบคุมตัวนักโทษการเมืองจำนวนมาก ขณะที่สหรัฐฯยังคงไม่ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่า


โดยเมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา หลังจากพบปะหารือกับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ที่กรุงเนปิดอว์ นางคลินตันกล่าวว่าสหรัฐฯเตรียมฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตกับพม่า หากพม่ายังคงดำเนินตามวิถีทางที่ถูกต้อง ก่อนที่จะเดินทางไปยังนครย่างกุ้งเพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็นร่วมกับนางออง ซาน ซูจี ผู้นำการเรียกร้องประชาธิปไตยของพม่า

รายงานระบุว่า นางคลินตัน ได้พบปะกับนางซู จี ในงานเลี้ยงที่สถานทูตสหรัฐฯในนครย่างกุ้งเมื่อเย็นวานนี้ แต่ทั้งสองยังมีกำหนดจะพบปะกันอีกในเช้าวันวันนี้ เพื่อร่วมหารือระหว่างกันอย่างเป็นทางการ นี่ถือเป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่พบกันอย่างเป็นทางการ นางคลินตันมักจะกล่าวถึงนางซูจีเสมอ ในฐานะบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจ ถือเป็นการพบปะกันครั้งแรกของสตรี 2 คน ที่มีความโดดเด่นทางการเมืองบนเวทีโลก หลังจากที่ผ่านมา นางคลินตัน มักจะพูดคุยกับนางซู จี ทางโทรศัพท์ โดยทั้ง 2 ฝ่ายจะพบหารือกันอย่างเป็นทางการในวันนี้ ทั้งนี้ นางฮิลลารี คลินตัน ถือเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯคนแรกที่เยือนพม่านับตั้งแต่การเยือนของนายจอห์น ฟอสเตอร์ ดูลส์ เมื่อปี 1955



           นางคลินตัน กล่าวภายหลังการพบปะกับประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ของพม่า เมื่อวานนี้ว่า สหรัฐฯกำลังจับตาดูการเปลี่ยนแปลงในพม่าอย่างใกล้ชิดและอาจส่งเสริมความสัมพันธ์ หากการปฏิรูปในพม่ามีความคืบหน้า ในโอกาสนี้ นางคลินตัน ยังได้รับคำมั่นจากผู้นำพม่าว่า จะเดินหน้าการปฏิรูปต่อไป ขณะที่ นางคลินตัน กล่าวว่า พม่าจะต้องดำเนินการมากกว่านี้ก่อนที่สหรัฐฯจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่า

           ในระหว่างการเดินทางครั้งนี้ นางคลินตันยังต้องการเรียกร้องให้พม่าตัดความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ และพม่าได้ให้การรับประกันว่าจะไม่ให่ความร่วมมือใดๆกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ นอกจากนั้น เธอยังเรียกร้องให้พม่ายุติความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อย รวมถึงการเปิดให้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการระหว่างทั้งสองฝ่าย เพื่อค้นหาผู้เสียชีวิตระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 อีกทั้งยังได้มอบจดหมายส่วนตัวจากประธานาธิบดีบารัก โอบามา ให้แก่ปธน.เต็ง เส่ง ที่ระบุว่าสหรัฐฯเตรียมฟื้นความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง เนื่องจากเห็นว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ พม่ามีความคืบหน้าด้านประชาธิปไตยเป็นอย่างมาก แต่ยังคงมีหลายสิ่งที่ต้องกระทำต่อไป





          ภาพชุดประวัติศาสตร์ของการพบกันระหว่างฮิลลารี คลินตัน รมว.ต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา กับ ออง ซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพ ซึ่งว่ากันว่านี่อาจเป็นหนึ่งในเปลวไฟที่จะนำไปสู่แสงสว่างแห่งระบอบประธิปไตยของประเทศพม่าในอนาคต แม้ตลอดรายทางการต่อสู้ที่ผ่านมาจะมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่อย่างใด









http://redusala.blogspot.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น