วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ศาลสั่งจับ 4 แกนนำคปท. "นิติธร-อุทัย-รัชต์ชยุตม์ พิชิต" บุกรุกสถานที่ราชการ -มั่วสุม-ทำให้เสียทรัพย์


ศาลสั่งจับ 4 แกนนำคปท. "นิติธร-อุทัย-รัชต์ชยุตม์ พิชิต" บุกรุกสถานที่ราชการ -มั่วสุม-ทำให้เสียทรัพย์





          เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 2 ธันวาคม ที่ห้องพิจารณาคดี 812 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง กรณี พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ แสงกล้า พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญพิเศษ สน.พญาไท ได้ยื่นคำร้องขออนุมัติออกหมายจับ นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษาเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ,นายอุทัย ยอดมณี , นายรัชต์ชยุตม์ หรือ อมร ศรีโยธินศักดิ์ และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ ,ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดฐานบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืนฯ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 215 , 358 และ 365 กรณีที่นายนิติธร กับพวกพามวลชนเข้าไปในกระทรวงการต่างประเทศวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา

       โดยวันนี้ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ ได้เตรียมพยานไว้ไต่สวน 7 ปากและจะขอเปิดคลิปวีดิโอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ศาลเห็นว่าพยานเอกสารที่ส่งให้ศาลนั้นเพียงพอสามารถที่จะพิจารณาได้แล้ว โดยไม่จำต้องเปิดคลิปวีดิโอและให้ พ.ต.ท.เทพพิทักษ์ เบิกความเพียงปากเดียว สรุปว่า นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. ได้นำประชาชนบุกรุกกระทรวงการต่างประเทศ แม้จะได้นำประชาชนออกมาแล้ว แต่ก็ยังไปชุมนุมที่หน้ากองทัพบกและทำเนียบรัฐบาล เห็นว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายอย่างชัดเจน แม้ที่ผ่านมาตำรวจจะสามารถประสานงานกับ 4 แกนนำ คปท.ได้ แต่ก็เป็นการติดต่อประสานงานขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมอยู่ที่แยกอุรุพงษ์ แต่ภายหลังจากที่เคลื่อนย้ายมาชุมนุมยังเวทีราชดำเนินก็ไม่ได้มีการติดต่อประสานงานกันแล้ว

          ขณะเดียวกันศาลก็ได้สอบถาม น.ส.พวงทิพย์ บุญสนองทนายความของผู้ต้องหาที่ยื่นคัดค้านการออกหมายจับ ถึงพฤติการณ์จนเสร็จสิ้นแล้ว จึงนัดฟังคำสั่งในวันนี้

           ต่อมาเมื่อเวลา 17.10 น. ศาลได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับ นายนิติธร ล้ำเหลือ,นายอุทัย ยอดมณี , นายรัชต์ชยุตม์ หรือ อมร ศรีโยธินศักดิ์ และนายพิชิต ไชยมงคล แกนนำ คปท. ในข้อหามั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ และผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นหรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครอง ซึ่งเป็นความผิดฐานบุกรุก โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือโดยมีอาวุธในเวลากลางคืนฯ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา 215 , 358 และ 365 ประกอบมาตรา 362 เนื่องจากปรากฏพฤติการณ์ว่าผู้ต้องหากับพวกได้บุกเข้าไปยังกระทรวงการต่างประเทศจริงและทำให้ทรัพย์สินเสียหาย ซึ่งเป็นการกระทำผิดทางอาญามีโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป จึงอนุญาตให้ออกหมายจับได้ตามคำร้อง

ที่มา ข่าวสด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น