วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ศาลอียิปต์สั่งจำคุกนักข่าวอัลจาซีรา 7-10 ปี อ้างเสนอข่าวเท็จ-หนุนภราดรภาพมุสลิม




นักข่าวอัลจาซีราซึ่งถูกทางการจับตัวเมื่อ ธ.ค. ปีที่แล้ว ถูกตัดสินให้มีความผิดข้อหาสนับสนุนกลุ่มภราดรภาพมุสลิมและรายงานข่าวเท็จ โดยไม่มีหลักฐานที่อ้างได้ชัดเจนตามข้อกล่าวหา ท่ามกลางการประณามจากองค์กรสื่อและองค์กรเสรีภาพสื่อทั่วโลก
ภาพประกอบจากเพจ Freedom for Peter Greste

23 มิ.ย. 2557 ศาลอียิปต์ตัดสินให้นักข่าวของอัลจาซีราได้แก่ ปีเตอร์ เกรสต์, โมฮัมเหม็ด ฟาห์มี และบาเฮอร์ โมฮัมเหม็ด มีความผิดในข้อหาสนับสนุนกลุ่มภราดรภาพมุสลิมและรายงานข่าวเท็จ
ศาลอียิปต์ได้สั่งจำคุกเกรสต์และฟาห์มีเป็นเวลา 7 ปี ส่วนบาเฮอร์ โมฮัมเหม็ดถูกสั่งจำคุกเพิ่มอีก 3 ปีรวมเป็น 10 ปี ข้อหามีกระสุนปืนในครอบครอง โดยที่กระสุนดังกล่าวเป็นเพียงปลอกกระสุนใช้แล้วซึ่งโมฮัมเหม็ดเก็บมาจากพื้นที่ชุมนุม นอกจากนี้ยังมีนักข่าวอัลจาซีราคนอื่นๆ ที่ถูกดำเนินคดีโดยไม่ปรากฏตัวในศาล พวกเขาต่างถูกสั่งจำคุก 10 ปีเช่นกัน
สำนักข่าวอัลจาซีราระบุว่าพวกเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาของทางการอียิปต์มาโดยตลอดและยืนยันว่านักข่าวของตนบริสุทธิ์ โดยเกรสต์, ฟาห์มี และโมฮัมเหม็ดถูกจับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2556 ในกรุงไคโรขณะที่พวกเขากำลังทำข่าวเกี่ยวกับสภาพที่เกิดขึ้นหลังจากการรัฐประหารโค่นล้มประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้ง
อัลจาซีราระบุอีกว่าอัยการได้นำเสนอหลักฐานต่อศาลเป็นรายงานข่าวในช่วงที่จำเลยไม่ได้อยู่ในประเทศอียิปต์ พอดแคสต์ของสำนักข่าวบีบีซี วิดีโอยอดนิยมของนักร้องชาวออสเตรเลียที่ชื่อกอทเย และบันทึกจำนวนมากที่เป็นประเด็นซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับอียิปต์ ทางทนายฝ่ายจำเลยยืนยันว่านักข่าวเหล่านี้ถูกจับกุมอย่างไม่มีเหตุผลและการดำเนินคดีกับพวกเขาก็ไม่สามารถพิสูจน์ความผิดตามข้อกล่าวหาได้
อัล แอนสตี กรรมการผู้จัดการฝ่ายภาษาอังกฤษของอัลจาซีรากล่าวว่าผลการตัดสินของศาลเป็นสิ่งที่ขัดต่อการใช้ตรรกะ ขัดต่อสามัญสำนึก และไม่มีลักษณะของความยุติธรรม
แอนสตี ระบุในแถลงการณ์อีกว่า เพื่อนร่วมงานของเขาถูกตัดสินโทษเพียงเพราะทำงานข่าวด้วยทักษะและความซื่อตรง พวกเขาถูกตัดสินให้มีความผิดเพียงเพราะต้องการปกป้องสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารว่ามีอะไรเกิดขึ้นในโลกของพวกเขา
"ปีเตอร์, โมฮัมเหม็ด และบาเฮอร์ รวมถึงเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ อีก 6 คนถูกตัดสินโทษแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานสนับสนุนความผิดของพวกเขาตามที่ถูกกล่าวอ้างอย่างผิดๆ เลยแม้แต่น้อย ช่วงเวลา 'การดำเนินคดี' ที่ยาวนานด้วยข้อหาไร้เหตุผลเช่นนี้ ไม่มีครั้งใดเลยที่มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วน" แอนสตีระบุในแถลงการณ์
ทางด้านองค์กรสื่อและองค์กรข่าวต่างก็เตือนว่าการกักขังนักข่าวของอัลจาซีราถือเป็นความพยายามข่มขู่ไม่ให้มีคนรายงานข่าวได้อย่างอิสระในอียิปต์ นักข่าวหลายคนก็มีปฏิกิริยากับการตัดสินในครั้งนี้
เจเรมี โบเวน บรรณาธิการส่วนตะวันออกกลางของบีบีซีกล่าวว่าคำตัดสินในครั้งนี้ขัดต่อหลักเสรีภาพสื่อและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ส่วนหนึ่งเป็นการพยายามคุกคามนักข่าว ขณะเดียวกันก็สกัดกั้นไม่ให้กลุ่มภราดรภาพมุสลิมมีพื้นที่ในสื่อ
ทางด้านเบน เดอ เพียร์ บรรณาธิการสำนักข่าวแชนแนลโฟร์ในอังกฤษกล่าวว่าเขารู้สึกเป็นห่วงอย่างมากต่อการตัดสินของศาลอียิปต์ซึ่งแสดงให้เห็นสภาวการณ์ของเสรีภาพสื่อในอียิปต์ และคิดว่าเสรีภาพที่ชาวอียิปต์ต่อสู้เพื่อให้ได้มาในช่วงการประท้วง 'อาหรับสปริง' ถูกทำลายย่อยยับในการตัดสินครั้งนี้ เดอ เพียร์ ยังได้เรียกร้องให้ทางการสหรัฐฯ และอังกฤษตอบโต้ต่อการตัดสินของทางการอียิปต์ในครั้งนี้
"ในฐานะที่เป็นบรรณาธิการขององค์กรที่ส่งตัวนักข่าวเข้าไปในอียิปต์ตลอดช่วงการประท้วง 'อาหรับสปริง' พวกเราต้องคิดหนักมากว่าจะทำข่าวเหตุการณ์เหล่านี้อย่างไร พวกเราจะไม่หยุดทำข่าว แต่ว่าเรื่องนี้ก็ทำให้เกิดความเสี่ยงใหม่" เบน เดอ เพียร์กล่าว
ยังมีนักข่าวหลายคนและสำนักข่าวบางแห่งที่แสดงความไม่พอใจและมีท่าทีประท้วงคำตัดสินของศาลอียิปต์ และเรียกร้องให้ทางการอียิปต์และรัฐบาลประเทศอื่นช่วยกดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงคำตัดสินครั้งนี้
"ไม่มีความยุติธรรมในการตัดสินครั้งนี้ ทางการอียิปต์มีความบาดหมางกับประเทศกาตาร์ซึ่งสนับสนุนกลุ่มภราดรภาพมุสลิมจึงเห็นว่านักข่าวอัลจาซีรามีความผิดฐานมีส่วนร่วม แต่เพื่อนร่วมงานของพวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย พวกเขาแค่รายงานข่าวอย่างนักข่าวที่ซื่อสัตย์คนอื่นๆ ทำ" ลินด์เซย์ ฮิลซัม นักข่าวแชนแนลโฟร์กล่าว
ทางด้านสหภาพผู้สื่อข่าวแห่งชาติของอังกฤษได้เรียกร้องให้รัฐบาลอังกฤษทำทุกวิถีทางเพื่อให้มีการเปลี่ยนแปลงคำตัดสิน จากสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น "ปาหี่ระบบยุติธรรมที่มาจากศาลเถื่อน"
ขณะที่องค์กรคณะกรรมการคุ้มครองผู้สื่อข่าว (CPJ) ระบุว่า การตัดสินคดีความในครั้งนี้ได้รับอิทธิพลทางการเมืองอย่างชัดเจน และไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย
โจดี กินส์เบิร์ก ประธานผู้บริหารองค์กรอินเด็กซ์ออนเซนเซอร์ชิปซึ่งเป็นองค์กรสนับสนุนเสรีภาพสื่อกล่าวว่า คำตัดสินของศาลอียิปต์เป็นเรื่องน่าอับอายเมื่อนักข่าวถูกหาว่าก่ออาชญากรรมเพียงเพราะพวกเขาทำงานของตัวเอง เขายังเรียกร้องให้นานาชาติประณามและกดดัน รวมถึงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัลซีซี บริหารประเทศภายใต้แนวคิดที่เป็นประชาธิปไตย เลิกปิดกั้นสื่อและเสียงของฝ่ายต่อต้าน

เรียบเรียงจาก
Egypt 'declaring journalism a crime' by jailing al-Jazeera correspondents, The Guardian, 23-06-2014
http://www.theguardian.com/world/2014/jun/23/egypt-declaring-journalism-crime-jailing-al-jazeera-correspondents
Egypt's Shame, CPJ, 23-06-3014
http://cpj.org/blog/2014/06/egypts-shame.php

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น