วันอาทิตย์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ยืนยันรถไฟรางคู่นโยบาย ปชป.-ชวนนท์แนะ คสช.เดินหน้าในปีงบประมาณนี้



โฆษกพรรคประชาธิปัตย์แนะ คสช. ใช้โอกาสอำนาจเบ็ดเสร็จพัฒนาประเทศ แต่ให้คง รธน.มาตรา 67 เพื่อรับฟังข้อเสนอชุมชน-ป้องกันพัฒนาผิดพลาด ย้ำรางคู่เป็นนโยบายประชาธิปัตย์ แต่เพื่อไทยยกเลิกนำไปรวมใน พ.ร.บ. 2 ล้านล้าน จึงเสนอ คสช. เร่งดำเนินการในปีงบประมาณนี้ ด้าน นพ.วรงค์ เรียกร้อง คสช. ฟื้นนโยบายประกันราคาข้าวแทนนโยบายจำนำข้าว
8 มิ.ย. 2557 - เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ รายงานว่า เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่าขณะนี้ประชาชนกำลังให้ความสนใจความคืบหน้าในการพัฒนาประเทศ และการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าเรื่องที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมที่ชัดเจนของประเทศ “ถ้า คสช. ใช้โอกาสที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาดพัฒนาประเทศไปทางที่ดี ไม่มีผลประโยชน์ด้านคะแนนนิยม ยึดประโยชน์ด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ก็จะเป็นโอกาสอันดีของประเทศ” นายชวนนท์กล่าว
อย่างไรก็ดีจากการที่ไม่มีกฏหมายประกอบรัฐธรรมนูญหรือ พ.ร.บ.ว่าด้วยการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ทำให้การดำเนินการเรื่องนี้อาจมีจุดบกพร่องหลายประการ เช่น การเปิดเผยตัวเลขการลงทุน ค่าใช้จ่าย รวมถึงการประเมินผลกระทบต่างๆ โดยพรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าการคงรัฐธรรมนูญเช่นมาตรา 67 เพื่อเปิดโอกาสให้มีการประเมินผลด้านสิ่งแวดล้อม ชุมชน และรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะของชุมชนจะเป็นหนทางการป้องกันการลงทุนที่ผิดพลาดและการส่งผลกระทบในทางลบต่อชุมชน
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าการดำเนินการสร้างรถไฟรางคู่นั้นเป็นเรื่องสำคัญ และในอดีตพรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายเปลี่ยนรางรถไฟทั่วประเทศเป็นรางคู่ทั้งหมด แต่พรรคเพื่อไทยยกเลิกและนำงบประมาณดังกล่าวไปรวมอยู่ในพระราชบัญญัติเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ตนจึงขอเรียกร้องไปยัง คสช. ให้ดำเนินการสร้างรถไฟรางคู่ในปีงบประมาณนี้
นอกจากนี้นายชวนนท์ยังกล่าวอีกว่าการพาดหัวข่าวของสื่อมวลชนทำให้ประชาชนเกิดความสับสน จึงขอเรียกร้องให้สื่อมวลชนพิจารณาการให้ข่าวที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง
นายชวนนท์กล่าวด้วยว่าการจัดการกับกลุ่มหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ของ คสช.อย่างจริงจังหลังการถูกปล่อยปละละเลยมากว่า 2 ปี แต่ในขณะนี้มีผู้กระทำความผิดหลบหนีอยู่ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศกัมพูชาและประเทศอังกฤษ ซึ่งทั้งสองประเทศนี้มีความร่วมมือในการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับประเทศไทย ตนจึงขอเรียกร้องให้ คสช. เร่งดำเนินการเรื่องดังกล่าวและเชื่อว่าทั้งสองประเทศจะให้ความร่วมมืออย่างแน่นอน
โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีการตรวจสอบทรัพย์สินของรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้อง ทั้งนี้ยังมีบุคคลอีกหลายกลุ่ม เช่น เจ้าของโรงสี พ่อค้าคนกลาง ที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ดำเนินการอย่างเต็มที่ พร้อมเรียกร้องไปยัง คสช. ในการแก้ปัญหาราคาข้าวในปัจจุบัน โดยให้แนะให้ใช้นโยบายประกันรายได้เกษตรกร รวมทั้งปรับปรุงและพัฒนาปัจจัยทางการผลิต คุณภาพข้าว ระบบน้ำในการปลูกข้าว เพื่อช่วยดึงราคาข้าวให้สูงขึ้นตลอดจนทำให้ข้าวไทยกลับมามีบทบาทในเวทีโลกอีกครั้งหนึ่ง
ขณะเดียวกัน เว็บไซต์พรรคประชาธิปัตย์ รายงานด้วยว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก แถลงเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. ที่ผ่านมา ถึงปัญหาจากโครงการรับจำนำข้าว โดยมีข้อเสนอไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ยุติโครงการรับจำนำข้าว เพราะหากยังดำเนินโครงการนี้ต่อไป ปัญหาการทุจริตจะตามมาอีกเหมือนที่ผ่านมา
โดย นพ.วรงค์ ขอเสนอ 2 มาตรการ คือ 1.การเยียวยาเฉพาะหน้า โดยจ่ายเป็นเงิน ในส่วนของค่าปุ๋ย ค่ายา ปัจจัยการผลิต ตามความเป็นจริง ซึ่งอาจคำนวณให้ 1,000 –2,000 บาทต่อไร่  และ 2.นำโครงการประกันรายได้กลับมาใช้ เพราะเป็นโครงการที่สากลให้การยอมรับ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นก็ใช้โครงการนี้เช่นกัน เพราะการประกันรายได้ มีลักษณะคล้ายกับการช่วยเหลือเป็นเงิน ดังนั้นขอให้คสช.เร่งตัดสินใจ เพราะขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อน
นพ.วรงค์ กล่าวว่า ขอให้ คสช.เร่งตัดสินใจ เพราะขณะนี้ชาวนากำลังเดือดร้อน นอกจากนี้ คสช.จะต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้าวในโกดังที่หายไป โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก ไม่ใช่ผู้ที่มาจากกระทรวงพาณิชย์ และทำการปิดโกดังข้าวของรัฐทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบทั้งปริมาณและคุณภาพ คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน อย่างไรก็ตามหาก คสช.ตรวจสอบและมั่นใจในข้อมูลของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าว ที่ระบุว่ามีข้าวหายไป 5 แสนตัน ก็ควรนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น