วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทนายตามหา ‘แดง ชินจัง’ ทหารระบุเจ้าตัวสมัครใจขออยู่ต่อ



ภาพจากเพจ เสรีไทย ปราบกบฏ 2014
8 ส.ค.2557  พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ จากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามหาตัวของนายยงยุทธ บุญดี หรือโย หรือที่รู้จักในนาม แดง ชินจัง อายุ 26 ปี โดยระบุว่า ในช่วงเย็นวันนี้ตัวแทนทนายของศูนย์ฯ ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมกุล ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 เพื่อสอบถามถึงการควบคุมตัวนายยงยุทธ เนื่องจากเกินกำหนดเวลา 7 วันแล้วนับตั้งแต่มีการแถลงข่าวการจับกุม ซึ่งนายทหารพระธรรมนูญที่เข้าร่วมให้ข้อมูลด้วยได้แสดงเอกสารลงลายมือชื่อนายยงยุทธ ระบุว่า สมัครขอใจอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่ทหารต่อ 
พรเพ็ญกล่าวว่า การเข้าพบครั้งนี้ต้องการทราบความชัดเจนของการควบคุมตัวว่าอยู่ที่ใด และหากเป็นไปตามการแถลงข่าวจับกุมนายยงยุทธตามหมายจับเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ควรให้สิทธิของผู้ต้องหาในการพบทนายความ  แต่เมื่อไม่ได้รับข้อมูลใดนอกจากเอกสารที่ระบุว่าเขาสมัครใจขออยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ต่อไป ก็ทำให้ยังมีความห่วงกังวลเรื่องสวัสดิภาพของเขาอยู่
ทั้งนี้ เรื่องสิทธิของผู้ต้องหาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7/1 ระบุว่าผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่ถูก ควบคุมหรือขัง มีสิทธิแจ้งหรือขอให้เจ้าพนักงานแจ้งให้ญาติหรือผู้ซึ่งผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาไว้วางใจทราบถึงการถูกจับกุม และสถานที่ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรก และให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหามีสิทธิดังต่อไปนี้ด้วย (1) พบและปรึกษาผู้ที่จะเป็น ทนายความเป็นการเฉพาะตัว (2) ให้ทนายความหรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจเข้าฟัง การสอบปากคำตนได้ ในชั้นสอบสวน (3) ได้รับ การเยี่ยมหรือติดต่อกับญาติได้ตามสมควร (4) ได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเกิดการเจ็บป่วย และให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจซึ่งรับมอบตัวผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหามีหน้าที่แจ้งให้ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหานั้นทราบในโอกาสแรกถึงสิทธิดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้มีการส่งต่อข่าวในเฟซบุ๊กระบุว่า นายยงยุทธถูกตำรวจและทหารราว 40-50 นายเข้าจับกุมที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้เห็นเหตุการณ์คือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานทูตอังกฤษ ต่อมาวันที่ 1 ส.ค.ตำรวจภูธรภาค 1 ได้แถลงข่าวการจับกุมนายยงยุทธตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี เลขที่299/2557 ลงวันที่ 18 ก.ค.57 โดยทหารควบคุมตัวได้ที่เชียงใหม่ก่อนส่งตัวให้ตำรวจ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร.  ระบุว่าการจับกุมนี้เป็นการขยายผลในคดีอาวุธสงคราม และนายยุทธรับสารภาพว่าเป็นผู้ร่วมก่อเหตุยิงระเบิด M79 ใส่อาคารชินวัตร3, เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ, ขว้างระเบิด RGD5 ใส่เวทีกปปส.ระยอง ธนาคารไทยพาณิชย์สาขาถนนเลียบคลอง2, ยิง M79 ใส่ห้างโลตัส สาขาสุวินทวงศ์และแจ้งวัฒนะ และเป็นผู้มีส่วนรู้เห็นในการยิง M79 ใส่สำนักงาน ป.ป.ช. เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน กระทำให้เกิดระเบิดจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์ของผู้อื่น มีเครื่องกระสุนปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมียุทธภัณฑ์ ประเภทวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หากนับตั้งแต่มีข่าวการจับกุมตัวนายยงยุทธที่แพร่สะพัดในเฟซบุ๊ค ถือว่าเขาถูกควบคุมรวมทั้งสิ้น 12 วันแล้ว
เพื่อนผู้ใกล้ชิดนายยงยุทธให้ข้อมูลว่า นายยงยุทธเป็นชาวร้อยเอ็ด ทำงานก่อสร้างเช่นเดียวกับแม่และพ่อเลี้ยง เขามักไปชุมนุมกับกลุ่มคนเสื้อแดง อย่างน้อยตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา โดยมีเอกลักษณ์เป็นที่รู้จักของผู้ชุมนุมเนื่องจากมักจะใส่เสื้อกล้ามสีแดง กางเกงสีแดง และใส่วิกผมหยิกฟูสีแดง ต่อมายงยุทธได้รับจ้างทำงานก่อสร้างให้กับคนเสื้อแดงที่เขารู้จัก
เพื่อนเล่าด้วยว่า ยงยุทธไปชุมนุมบ่อยครั้งแต่ไม่ได้เป็นนการ์ด เป็นคนอารมณ์ดี ชอบดื่มเหล้า คนเสื้อแดงก็ชอบซื้อเหล้าให้ดื่มประจำ เมื่อดื่มเหล้าแล้วก็จะไม่ลุกไปไหนและเคยหลับอยู่จนยุติการชุมนุมก็มี  
เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา แม่ของยงยุทธได้พยายามติดตามหาลูกชาย โดยไปสอบถามที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และ สน.แห่งหนึ่ง จากนั้นจึงไปที่กองบังคับการปราบปราม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กองปราบแจ้งว่าหลังจากมีการแถลงข่าวการจับกุมแล้วทหารก็ได้นำตัวยงยุทธไปโดยไม่ทราบว่านำไปไว้ที่ใด  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น