วันอังคารที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ผลหารือคณะทำงานกระทรวงยุติธรรม-ถอดยศ 'ทักษิณ' ทำได้-เป็นอำนาจ ผบ.ตร. ดำเนินการ

ผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สวมหน้ากากรูปอดีตนายกรัฐมนตรี ในงานทำบุญวันเกิดอายุครบ 61 ปี ที่วัดโรงธรรมสามัคคี อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ เมื่อปี 2553 (ที่มา: ประชาไท)

ฝ่ายกฎหมายกระทรวงยุติธรรม-คณะกรรมการถอดยศ ตร.-กฤษฎีกา หารือเรื่องถอดยศทักษิณ - พล.อ.ไพบูลย์ ระบุที่ผ่านมามีการถอดยศตำรวจทั้งในและนอกราชการ 636 ราย กรณีทักษิณน่าจะใช้มาตรฐานเดียวกัน หลังจากนี้จะเสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปดำเนินการ โดยถือเป็นเรื่องภายใน กระทรวงยุติธรรมไม่สามารถสั่งได้
11 ส.ค. 2558 - ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้กระทรวงยุติธรรม ดำเนินการติดตามเรื่องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โดยที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.กระทรวงยุติธรรม ระบุว่าจะเรียกคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมมาหารือในวันที่ 11 ส.ค. และได้เชิญคณะกรรมการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานกฤษฎีกามาเข้าร่วมหารือด้วยนั้น
ล่าสุดในรายงานของ มติชนออนไลน์ วันนี้ (11 ส.ค.) ระบุว่าที่ประชุมของคณะทำงานฝ่ายกฎหมายกระทรวงยุติธรรม คณะกรรมการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักงานกฤษฎีกา มีการหารือนานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้น พล.อ.ไพบูลย์ เปิดเผยว่าที่ประชุมได้หารือในประเด็นข้อกฏหมายที่มีการถกเถียงกันว่า การดำเนินการถอดยศข้าราชการตำรวจ จะต้องเป็นตำรวจที่กระทำผิดในขณะที่รับราชการอยู่หรือไม่
โดยที่ผ่านมาคณะกรรมการกฤษฎีกา เคยให้ความเห็นกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไปแล้วว่าสามารถดำเนินการถอดยศได้ และที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็เคยถอดยศข้าราชการตำรวจที่กระทำผิด ทั้งที่อยู่ในราชการและตำรวจนอกราชการ โดยพบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติเคยถอดยศตำรวจมาแล้วทั้งหมด 636 นาย คณะทำงานชุดนี้จึงเห็นว่ากรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ควรจะใช้มาตรฐานเดียวกัน
ในที่ประชุมหารือด้วยว่า การถอดยศ ต้องมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาหรือไม่ โดยที่ประชุมยึดตามมติของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ที่ให้ความเห็นว่าการถอดยศตำรวจ ไม่มีความจำเป็นต้องมีประกาศ จากนั้นจะทำความเห็นของคณะทำงานชุดนี้นำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป
ส่วนเรื่องการดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ จากนี้คงเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่จะรับไปดำเนินการ เพราะถือเป็นเรื่องภายในของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และส่วนตัวในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คงไม่สามารถไปสั่งการอย่างใดได้ โดย พล.อ.ไพบูลย์ ยืนยันว่าการหารือวันนี้เป็นไปตามข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น