วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554


สงครามจะเกิดเพราะผู้นำมีกิเลส


สำนัก(ข่าว)พระพยอม
         จากหนังสือพิมพ์ โลกวันนี้
         ปีที่ 12 ฉบับที่ 3041 ประจำวัน พุธ ที่ 27 เมษายน 2011
         โดย พระพยอม กัลยาโณ
http://www.dailyworldtoday.com/columblank.php?colum_id=51932
         สิ่งใดก็ตามที่อยู่บนโลกใบนี้ หากว่ามีกิเลส มีความอยากได้ก็มักจะเกิดปัญหา ปัญหากระทบกระทั่งตามแนวชายแดนก็เช่นเดียวกัน ล้วนแต่เกิดจากกิเลสทั้งปวง
การที่สัตว์โลกโดยเฉพาะมนุษย์ที่ถือตนว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ เมื่อเกิดมาควรจะพัฒนาสัญชาตญาณดีได้มากมาย ถ้าพัฒนาแต่สัญชาตญาณไม่ดีก็จะสร้างแต่ศัตรู สร้างแต่สงคราม อยากจะรบราฆ่าฟัน อยากจะมีสงคราม ไม่อยากจะอยู่อย่างสงบกับเพื่อนมนุษย์ จะไม่ปรากฏเป็นความสุขถ้ายังสนุกกับเรื่องรบราฆ่าฟัน
หากผู้นำหรือใครก็ตามยังต้องการเพียงอำนาจ ต้องการเอาชนะ และยังไม่เข้าใจคำว่ายอมแพ้คนเพื่อเอาชนะกิเลส หรือยอมแพ้กิเลสเพื่อเอาชนะคน เพราะถ้าเลือกอย่างหลังคือยอมแพ้กิเลสเพื่อเอาชนะคน แต่เมื่อพ่ายแพ้กิเลสอย่างบ่นปี้มันก็ไม่ต่างจากหลายๆประเทศ แม้แต่เยอรมันในยุคของฮิตเลอร์ที่ผู้นำต้องการแต่ชัยชนะ จนสุดท้ายบ้านเมืองต้องป่นปี้ เงินในคลังถูกนำไปใช้ในสงครามหมด กว่าจะฟื้น กว่าจะสร้างขึ้นมาใหม่ก็ทำด้วยความยากลำบาก

ยิ่งประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยกับเขมรที่แผ่นดินอยู่ติดกันก็ควรมีมิตรไมตรีต่อกันถึงจะมีความสุข แต่หากอยากเอาชนะกันก็มีแต่พังด้วยกันทั้งคู่ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ชนะตนนั่นแลดี ไม่ว่าจะชนะเขมร ชนะพม่า ชนะลาว หรือเขาชนะเรา ทุกอย่างก็ไม่ดีเท่ากับเราชนะตนเองคือชนะกิเลส ความอยาก เพราะสิ่งเหล่านี้มีแต่จะทำให้เกิดทุกข์

สงครามไม่มีอะไรดี มีแต่จะให้ความบอบช้ำ เศรษฐกิจต้องมาป่นปี้ย่อยยับ หากผู้นำของประเทศใดที่ดำเนินนโยบายกระหายสงครามก็รังแต่ทำให้ประชาชนบาดเจ็บล้มตาย และที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ ทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปด้วยความล่าช้า งบประมาณในการพัฒนาประเทศถูกนำไปใช้ในสงคราม หากนำงบตัวนั้นมาพัฒนาประเทศเราจะได้อะไรเยอะมาก ผิดกับการนำมาใช้ทำสงครามที่มีแต่จะทำให้บ้านเมืองเดินถอยหลัง หมดไปกับความสูญเปล่า แทนที่จะนำมาใช้พัฒนาด้านสาธารณูปโภค ทำให้ประชาชนมีน้ำมีไฟฟ้าใช้น่าจะดีกว่าการเอาไปซื้อลูกปืน ซื้อจรวดที่ยิงไปก็มีแต่ความเสียหายด้วยกันทั้ง 2 ฝ่าย

การทำสงครามถามว่าใครที่ได้ประโยชน์ ก็คงหนีไม่พ้นผู้นำ หากชนะก็ได้รับความชื่นชมว่าเก่ง แต่ถามอีกว่าเก่งในทางสร้างสรรค์หรือว่าทำลาย ถ้าบอกว่าสร้างสรรค์ก็น่าชื่นชม แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นเรื่องของการทำลายล้างที่ทำให้มีคนเจ็บคนตายมากมายก่ายกอง

พ่อมหาจำเริญทั้งหลาย อย่าได้มาเก่งกันในเมืองมนุษย์เลย คงต้องไปเก่งในเมืองเปรต เมืองอสุรกายกระหายเลือด กระหายในชัยชนะ ดึกๆดื่นๆยังเปิดฉากยิงกัน ชาวบ้านอยากจะหลับจะนอนก็นอนไม่ได้ ตอนกลางวันก็ยังยิงกันอีก คงไม่มีใครอดทนที่จะไม่นอนได้ทั้งวันทั้งคืน

และจะยิ่งแย่เข้าไปใหญ่หากว่าไม่มีเหตุอันควรที่จะต้องมาทำสงครามด้วยการแย่งชิงพื้นที่กัน เพราะที่จริงพื้นที่นั้นยังสามารถใช้ประโยชน์ร่วมกันได้โดยไม่ต้องยึดเอาว่าเป็นของใคร อยากให้ผู้นำทั้งหลายนึกถึงอกเขาอกเรา นึกถึงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้น พี่น้องของเขา ลูกเต้าของเขาจะเป็นอย่างไร แม้จะบอกว่าเป็นหน้าที่ แต่ถามตัวเองว่าเราจะมีความปลื้มใจตรงไหนที่เป็นต้นเหตุทำให้ใครต่อใครต้องอพยพหนีภัยสงคราม ต้องทิ้งบ้านช่อง ต้องอยู่กันแบบหลบซ่อน ไม่รู้ว่าระเบิดจะหล่นมาตรงไหน เมื่อไร

ฉะนั้นคนที่เป็นผู้นำจึงควรมีสัญชาตญาณดี คือต้องไม่มีกิเลสที่อยากจะเอาชนะคน เอานั่นเอานี่มาเป็นของตน จนทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน ต้องทนลำบาก จะกินก็กินไม่ได้ จะนอนก็นอนลำบาก หากผู้นำมีลักษณะเช่นนี้คงต้องบอกว่าเป็นผู้นำที่เหมือนผีห่าซาตานเข้าสิง เพราะไม่สามารถเอาชนะกิเลสได้ แต่ชอบที่จะเอาชนะคน

ทุกวันนี้รัฐบาลไม่ว่าจะประเทศไหนก็ล้วนหันมาทำสงครามกับเศรษฐกิจ ทำสงครามกับความยากจน เขมรเองก็ไม่ได้ร่ำรวย ประชาชนยังยากจนอยู่ ก็น่าจะมองเรื่องนี้ไว้ด้วย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วก็บอกว่าจริงๆแล้วประชาชนทั้ง 2 ประเทศก็อยู่กันดี ประชาชนมีพี่น้องที่ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ ทำมาหากินค้าขายกัน แต่เมื่อผู้นำไม่มองตรงนี้ก็เลยเป็นอย่างที่เห็น

บางครั้งเรามักคิดกันว่าอะไรๆก็ไม่ยอมเสีย เลยกลายเป็นเสียยากเสียง่าย เพราะต้องเสียเงินจำนวนมากไปกับการทำสงคราม แต่เสียแผ่นดินที่จะนำมาใช้ประโยชน์ร่วมกันกลับทำไม่ได้ เพราะในหลายๆประเทศพื้นที่ที่มีปัญหาแบบเดียวกันนี้ก็ยังใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ โดยไม่ต้องตีกัน ไม่ต้องรบกัน เขาก็ยังทำกันได้

เจริญพร

***************************************
http://redusala.blogspot.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น