วันพุธที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2554

ยะลา มิคสัญญีด้วยไข่แดงผู้ว่าฯ
ปัจจุบันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายๆครั้งแต่ไม่เป็นข่าว คือมีกลุ่มสารพัดเครื่องแบบตั้งด่านตรวจลอย (คือนึกจะตั้งด่านตรงไหน เมื่อไร ก็ได้) พร้อมอาวุธสงคราม พอมีรถชาวบ้านวิ่งผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรถยนต์กระบะ รถเก๋ง หรือรถจักรยานยนต์ พวกมันก็จะโบกเพื่อทำการตรวจค้น ทีนี้เสร็จมันล่ะครับ พวกมันจะเลือกเอารถที่มันต้องการ นำไปประกอบระเบิด เพื่อนำไปใช้เป็นคาร์บอมบ์(ภาพ:REUTERS)

โดย ปาแด งา มูกอ
20 เมษายน 2554

อยู่ไม่ไหวแล้วคร้าบ...!!! ชายแดนใต้ประเทศไทย ใครจะขี่อะไรมาช่วย ก็รีบมาเถอะครับ ถ้าไม่กล้ามาหรือไม่มีน้ำยา มาแก้ไขปัญหา ก็รีบลาออกไปไถนาซ่ะ ดีกว่ามาพูดกันไปกันมา ให้ประชาชนปวดกบาลอยู่ทุกวันนี้

มีประเทศไหนในโลก ที่กลุ่มก่อการร้ายตัวจริงเสียงจริง เคยออกมาปฏิบัติการก่อวินาศกรรมอย่างต่อเนื่องเหมือนกับชายแดนใต้บ้างไหม

นี่มันอะไรกันครับ เอาแค่ต้นปี 2554 เป็นต้นมาจนถึง ณ วันนี้ การลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์,มอร์เตอร์ไซบอมบ์ เฉพาะในเขตตัวเมือง จังหวัดยะลา เพียงจังหวัดเดียว มันได้เกิดขึ้นถึง 3 ครั้งติดต่อกัน นี่ยังไม่รวมถึงระเบิดชนิดอื่นๆน่ะครับ
วันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 09.50 น. 

วางระเบิดประกอบรถยนต์ (คาร์บอมบ์) กลางเมืองยะลา ทหารบาดเจ็บสาหัส 3 นาย ตำรวจ 1 นาย ประชาชน บาดเจ็บ 13 ราย เพลิงเผาผลาญร้านค้า 15 คูหา เป็นระเบิดชนิดแสวงเครื่องบรรจุในถังแก๊สปิกนิกจำนวน 4 ลูก น้ำหนักลูกละ 30 กก. ถังน้ำมันขนาด 5 ลิตร ที่ใส่ไว้ในรถ จำนวน 8 ถัง จุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ

เป้าหมายของการวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหาร

วันจันทร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 16.34 น.

วางระเบิดประกอบรถจักรยานยนต์ ประชาชน เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 12 ราย เป็นระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนักประมาณ 15 ก.ก.ซุกซ่อนไว้ในถังน้ำมันรถจักรยานยนต์ มาจอดไว้ห่างจากรถยนต์ตำรวจทางหลวง แล้วจุดชนวนด้วยโทรศัพท์มือถือ
เป้าหมายของการวางระเบิด เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง

วันจันทร์ที่ 18 เมษายน เวลา 08.16 น.

วางระเบิดคาร์บอมบ์ ทหารพรานเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 7 นาย ประชาชนบาดเจ็บ 16 ราย เป็นระเบิดแสวงเครื่องบรรจุถังแก๊สปิกนิก จำนวน 2 ลูก น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 30 ก.ก. วางไว้ท้ายรถ จุดชนวนด้วยวิทยุมือถือ

เป้าหมายของการวางระเบิด เจ้าหน้าที่ทหาร

ส่วนการลอบวางระเบิดแบบอื่น ก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่แพ้กัน ในแต่ละอำเภอของจังหวัดยะลา

เดือน มกราคม 2554 เกิดเหตุระเบิดอำเภอรอบนอกของตัวจังหวัดยะลา จำนวน 5 ครั้ง ในตัวเขตเทศบาลนครยะลา 1 ครั้ง

เดือน กุมภาพันธ์ 2554 เกิดเหตุระเบิดอำเภอรอบนอกของตัวจังหวัดยะลา จำนวน 4 ครั้ง

เดือน มีนาคม 2554 เกิดเหตุระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา 2 ครั้ง

เดือน เมษายน 2554 เกิดเหตุระเบิดในเขตเทศบาลนครยะลา 2 ครั้ง ก่อนที่จะเกิดคาร์บอมบ์และมอร์เตอรไซบอมบ์ติดตามมา

รวมเบ็ดเสร็จ เหตุการณ์การลอบวางระเบิดตั้งแต่ต้นปี 2554 เป็นต้นมา เพียงแค่ 3 เดือนเศษๆ เฉพาะจังหวัดยะลา เพียงจังหวัดเดียว โดนเนื้อๆไปถึง 15 ครั้ง

สนุกมั้ยหละครับ รัฐบาลและกองทัพไทย ไหนว่ามาถูกทางแล้วไง

ที่นี้เรามาดูวิธีแก้ไขปัญหาอันชาญฉลาดพิลึกพิลั่นของเหล่าบรรดาผู้นำประเทศ , หัวหน้าหน่วยงานที่รับผิดชอบกันก่อน ว่ามันพิลึกกึกกืออย่างไร


เอาประเด็นการแก้ปัญหาของผู้ว่าราชการจังหวัดยะลากันก่อน ผู้ว่าท่านนี้เป็นนักคิดแต่ไม่ใช่นักปฏิบัติ คือคิดมันอย่างเดียว ทำได้หรือเปล่าตูไม่เกี่ยว

ท่านพลาดมาตั้งแต่เรื่อง “โครงการสี่เสาหลักฮูกุมป๊ะกะ” อะไรของแก!! ที่คิดเพียงอย่างเดียวที่จะแย่งมวลชนในพื้นที่ทุกหมู่บ้านให้มาร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ถือว่าได้ผลอย่างงดงาม คือคนในหมู่บ้านต่างฆ่ากันเอง โดยเฉพาะคนที่มาเข้าร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐตามโครงการของผู้ว่า ตายไปไม่รู้ว่าเท่าไหร่

จนโครงการดังกล่าวกลายเป็น “โครงการสี่เสาหัก หรือ กูกุมมูลู๊ต”(พูดไม่ออกได้แต่กุมปากตัวเอง)

เช่นเดียวกัน ไอเดีย “พื้นที่ไข่แดง” ของผู้ว่าท่านนี้ ท่านคิดอย่างเดียว คือถ้ามีกำลังทหาร ตำรวจ สารพัดอาสาสมัคร มาอยู่ในเขตเทศบาลนครยะลามากๆ จะเป็นการแก้ไข การลอบวางระเบิดได้

ปัญญาอ่อนจริงๆ ไม่รู้คิดได้อย่างไร 

ท่านผู้ว่า มา...ผมจะสอนให้ ผู้ว่าก็รู้ หัวหน้าทุกหน่วยงานไม่ว่าทหารหรือตำรวจก็รู้ ว่า เป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามที่เขาจะเด็ดหัว มันคือเจ้าหน้าที่รัฐไม่ว่าทหารหรือตำรวจแถมด้วยสารพัดอาสาสมัคร ดังนั้นการที่ที่ผู้ว่าพยายามขยายพื้นที่ไข่แดงเพิ่มมากขึ้น ก็เท่ากับเพิ่มกำลังของเจ้าหน้าที่

และผลที่ตามมามันก็เท่ากับเพิ่มการลอบวางระเบิดของฝ่ายตรงข้ามตามมาด้วย ทีนี้ล่ะสนุก

ประเด็นสำคัญ ท่านผู้ว่าหรือผู้นำหน่วย ท่านรู้หรือไม่ว่า ไอ้รถประกอบระเบิดหรือคาร์บอมบ์ และ รถจักรยานยนต์บอมบ์ทั้งหลายแหล่ ที่วิ่งไปมาอยู่ในตัวเมืองยะลา โดยสามารถผ่านด่านจุดตรวจเป็นร้อยๆจุดมาได้ ท่านไม่เฉลียวใจหรือว่า ไอ้คนขับรถประกอบระเบิดทั้งหลาย มันเป็นใคร

มันก็คือคนในเครื่องแบบสารพัดแบบ ที่เข้ามาเป็นสารพัดอาสาสมัคร มีหน่วยงานไหนบ้างที่สามารถรู้ว่า ไอ้พวกบรรดาสารพัดอาสาสมัคร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร สักแต่รับสมัครให้มากๆไว้เพื่อให้งบประมาณลงตัว 

บุคคลเหล่านี้ล่ะครับ ที่ใช้ช่องทางในการแฝงตัวเข้ามาทำงานเพื่อสังคมตามนโยบายของจังหวัด ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความมักคุ้นในเบื้องต้น กับเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐ หรือเพียงเพื่อให้เห็นหน้าค่าตากันบ้าง

ทีนี้เวลาไอ้พวกที่คิดร้ายเมื่อขับรถที่ประกอบระเบิด ไม่ว่ารถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ผ่านตามจุดต่างๆ มันก็สามารถผ่านได้อย่างสะดวกโดยอาศัยเครื่องแบบบ้าง ความมักคุ้นบ้าง

และโดยความเป็นคนไทยที่ระบบ Safety&Security ไม่เคยได้รับการอบรมสั่งสอนมาก่อน จึงทำให้การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐที่อยู่ตามด่านตรวจต่างๆ ขาดความรอบคอบในประเด็นนี้ คือพอเห็นหน้าหรือเห็นแต่งเครื่องแบบ ก็ให้ผ่านจุดตรวจโดยไม่มีการตรวจสอบอย่างละเอียด

ปัจจุบันมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในหลายๆครั้งแต่ไม่เป็นข่าว คือมีกลุ่มสารพัดเครื่องแบบตั้งด่านตรวจลอย (คือนึกจะตั้งด่านตรงไหน เมื่อไร ก็ได้) พร้อมอาวุธสงคราม พอมีรถชาวบ้านวิ่งผ่านมาไม่ว่าจะเป็นรถยนต์กระบะ รถเก๋ง หรือรถจักรยานยนต์ พวกมันก็จะโบกเพื่อทำการตรวจค้น


ชาวบ้านที่ส่วนใหญ่คุ้นกับด่านบ้าๆแบบนี้มานานแล้ว พอเห็นมีจุดตรวจก็ต้องรีบจอดทันที ทีนี้เสร็จมันล่ะครับ พวกมันจะเลือกเอารถที่มันต้องการ แล้วยึดรถขับไปดื้อๆ ชาวบ้านก็งง เจ้าหน้าที่รัฐทุกหน่วยงานก็งง แล้วแบบนี้จะไปจับมือใครดมล่ะครับ เรียบร้อยโรงเรียนปอเนาะ พวกมันก็จะนำรถที่ปล้นไปจากชาวบ้านไปขายต่อหรือนำไปประกอบระเบิดเพื่อนำไปใช้งานต่อไป

ว่าอย่างไรครับท่านผู้ว่ายะลา ยังคิดที่จะขยายพื้นที่ไข่แดงเพิ่มเติมอีกหรือไม่ครับ ทางที่ดีผมขอแนะนำ ให้ปิดตัวจังหวัดยะลาเสียเลย หรือไม่เช่นนั้นก็ขยายพื้นที่ไข่แดงของท่านครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอไปเลย จะได้หมดเรื่องหมดราวไปที

ท่านผู้ว่ายะลา ท่านจะต้องเผชิญศึกหนักแบบนี้อีก เพราะเป้าหมายของจังหวัดยะลา มันคือ “สัญลักษณ์”ของรัฐบาล ถ้าฝ่ายตรงข้ามมันสามารถ “ทำลายสัญลักษณ์”อันนี้ได้ อีกสองจังหวัดที่เหลือมันก็เป็นเรื่องหมูของพวกมัน

ทางที่ดีท่านผู้ว่ารีบหาทางโยกย้ายตัวเองเสียก่อน ไปหาจังหวัดที่มันสงบๆอยู่ บางทีท่านอาจจะมีไอเดียแปลกๆมาช่วยแก้ไขปัญหาไฟใต้ ได้อีก

หลังการแนะนำท่านผู้ว่ายะลา พอมาเจอคำสัมภาษณ์ของผู้นำประเทศ ผมพลอยจะเป็นลมหน้ามืด มิน่าปัญหาภาคใต้ มันถึงไม่สงบจนทุกวันนี้

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงเหตุระเบิดคาร์บอมกลางเมืองยะลา ว่า ได้หารือกับแม่ทัพภาพที่ 4ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เห็นว่าเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง และดูแลความปลอดภัยให้เข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมือง ต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่ามีความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เหตุที่เกิดขึ้นมีเรื่องของการค้าผิดกฎหมายและผู้เสียผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ส่วนที่แม่ทัพภาค 4 ระบุ มีเรื่องการค้าน้ำมันเถื่อนเข้ามาเกี่ยวข้อง นายสุเทพ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็น โดยกล่าวว่า ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องซับซ้อน และขอให้สื่อระมัดระวังการเสนอข่าวยี่ห้อรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุด้วย

ผบ.ทบ.เตือน ประชาชน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ระวัง หลังครบรอบ 7 ปีกรือเซะ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณี เหตุความรุนแรง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า ขณะนี้เราต้องระมัดระวัง เพราะเป็นการครบรอบ 7 ปีกรือเซะ ก็ระวังตลอด เมื่อถามว่า ทำไมเหตุการณ์ความรุนแรงถึงมากขึ้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ฝ่ายตรงข้ามต้องการให้มีความรุนแรงมากขึ้น เพราะที่ผ่านมาเราป้องกันเหตุการณ์ย่อยๆ ได้ เพราะฝ่ายตรงข้ามใช้ความรุนแรงมากขึ้น จะทำให้สังคมยอมรับ เพราะถ้าสังคมยอมรับก็จะนำไปสู่สากลมากขึ้น แต่ทางเราก็ต้องพยายามที่เพิ่มมาตราการอีก แต่ต้องเห็นใจ เพราะพื้นที่มหาศาลเราก็พยายามทำเต็มที่

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า ทำไมเป้าหมายถึงอยู่ในตัวเมือง ผบ.ทบ.กล่าวว่า เขาต้องการให้รู้สึกว่าเหตุการณ์แรงขึ้น และรัฐบาลดูแลไม่ได้ สร้างความหวาดระแวงว่าเจ้าหน้าที่ไม่มีความสามารถในการดูแล และเมื่อนั้นรัฐจะเสียหาย แต่เราก็ต้องแก้ เมื่อถามว่า แสดงว่าจะมีการยกระดับความรุนแรงเรื่อยๆ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็อย่าให้ยก เราต้องแก้ปัญหาให้เขายกไปสู่สากลไม่ได้ ไม่งั้นเราจะเสียเปรียบทันที เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขภายในประเทศ เมื่อถามว่า เรื่องสถานการณ์การเมืองเป็นอย่างไรบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ว่าไปตามกฏหมาย และกระบวนการยุติธรรมก็ว่าไป
 ขอบคุณ ท่าน ผบ.ทบ. ที่เตือนประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ระวังหลังครบรอบ 7 ปีกรือเซะ ผมขอเตือนด้วยความหวังดีและด้วยความเคารพว่า ระวังวันครบรอบของโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปัตตานี ซึ่งก็เป็นที่ตั้งของมัสยิดกรือเซะด้วยเหมือนกัน

มีข่าวหนาหูว่า การเป็นส.ว.สรรหา 2 สมัย มันน่าอันตราย โดยเฉพาะไม่มีบุคคลากรชาวไทยมุสลิมทั้งสามจังหวัดชายแดนใต้ ได้รับการสรรหาเป็น ส.ว.ซักคน ประเด็นนี้น่าสนใจครับ


http://redusala.blogspot.com

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น